www.derlarrubiz.com

แสง light

พลิกกลับไปหนึ่งหน้า

คลิกที่นี่

พลิกกลับไปหน้าแรก

คลิกที่นี่

		แสง light
ความเข้าใจเรื่องแสง ในวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับคนที่เรียน เกรด 2.44 มีความเข้าใจ ได้ไม่ทุกเรื่องในเวลานั้นแสงก็ยังเป็นแสงอยู่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ผู้เรียน จะเข้าใจแสง สักกี่มากน้อย

                


	
		


ภาพแสดงถึง การแยกออกมาของแสง 7 สี (มณี เจ็ด แสง ) ม่วยคนนี้ขาวเหลืองสวยดี



ภาพแสดงถึง แสงเมื่อกระทบวัตถุจะเปลี่ยน สเป็คตรั้มไปเป็นพลังงานรูปอื่น และสามารถเก็บพลังงานไว้ได้




           

รังสีเอ็กซ์ รังสีเอ็กซ์ เป็นแสงหรืแไม่ รังสีเอ็กซ์ เป็นแสงที่ ตามนุษย์ มองไม่เห็น เพราะตามนุษย์ เห็นเฉพาะย่าน แสงขาว เท่านั้น ผู้ค้นพบแสง รังสี เอ็กซ์ X's Ray มีวิวัฒนาการจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน 1.)ปี 1824 - 1914 Johann Hittorf 2.)ปี 1876 Eugen Goldstein 3.) William Crooks 4.)ปี 1887 Nikola Tesla พัฒนา ท่อ สูญญากาศ ที่เรียกว่า ท่อ Bremsstrahlung การเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน ผ่านโลหะบางชนิด ในปี 1892 ถูกตีพิมพ์เป็นวิชาการ ซึ่งผลงานทางวิชาการส่งผลให้มีการวิวัฒน์ อย่างมากในการแพทย์แผนปัจจุบัน 5.)ปี 1982 Heinrich Hertz ทดลองรังสีเอ็กกับแผ่นโลหะ บางชนิดหนึ่ง คือ อลูมิเนียม และนักศึกษาของเขาได้ทดลองกับโลหะ อื่น ๆ อีกหลายชนิด โดยไม่รู้มาก่อนว่า นั้นคือ การพัฒนารังสีเอ็กซ์ที่โด่งดังมาจวบจนปัจจุบัน 6.) ปี Hermann von Helmholtz เขียนสมการทางคณิตศาสตร์ ของรังสีเอ็กซ์ ก่อนที่ Rontgen จะค้นพบการใช้รังสีเอ็กซ์ ทะลุผ่านวัตถุได้หลายชนิด และฉาย ฝ่ามือ ทะลุแล้วเห็นโครงภาพเป็นกระดูกฝ่ามือ บนผนังห้อง 7.)ปี 1896 Wilhelm conrad Rontgen ชาว เจอรมัน เขาเขียนบทความทางวิชาการหลังจากการทดลองของเขา ในบทความ On a new kinf of Ray : A Preliminary communication ให้ชื่อแสงที่ยังไม่รู้จักนี้ว่า รังสี X และเขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 8.)ปี 1895 Thormas Edison ศึกษา วัตถุหลายชนิดเรืองแสง จากการฉายแสงรังสีเอ็กซ์ ในปี 1996 วัตถุ ชื่อ Calcium tungstate เป็นวัตถุที่เรืองแสงได้ดีที่สุด , นักวิจัยของเขาชื่อ Clarence Madison Dally มีนิสัยชอบทดลองแต่ขาดความปลอดภัย และรังสีเอ็กซ์ทำให้มือของเขาเป็นมะเร็ง ถึงต้องตัดมือ ออก จากการเป็นมะเร็งเพราะถูกรังสีเอ็กซ์บ่อยครั้ง ทำให้ เอดิสัน เลิกการทดลองเมื่อ Dall เสียชีวิตในปี 1903 9.)ปี 1906 Charles Barkla พบว่า รังสีเอ็กซ์จะกระจายออกเมื่อผ่านในก๊าซ(การกระเจิง) และให้คำจำกัดความรังสีเอ็กซ์ไว้ ลักษณะว่า หากแสง รังสีใดกระเจิงในก๊าซ รังสีนั้นคือ รังสีเอ็กซ์ เขาได้รับรางวัลโนเบล ปี 1817 จากการค้นพบสิ่งนี้ 10.) 1992 นักวิทยาศาสตร์หลายท่าน วิจัยการหักเหของแสงรังสีเอ็กซ์ ในผลึกคริสตอล ในสาขาวิชาการด้าน X-Ray Crystallography คือ Max von Laue, Paul Knipping และ Walter Friedrich 11.) หลังจากปี 1906 มีทีมนักวิทยาศาสตร์ พัฒนาต่อ เรื่อง X-Ray Crystallography เพิ่มอีก คือ Paul Peter Eward, William Henry Bragg และ William Lawrence Bragg วางรากฐานในสาขาวิทยาการสาขานี้ต่อมา 12.)วิวัฒนาการรังสีเอ็กซ์ในวงการแพทย์(Radiation Therapy) ได้ถูกพัฒนาขึ้นใน ปี 1908 MAjor John Hall - Ewards ชาวอังกฤษ ผลิตหลอดภาพกล้องถ่ายรูปภาพเอ็กซ์เรย์ได้สำเร็จ ปี 1950(X-ray Microscope) แต่เขาต้องสูญเสียแขนซ้ายของเขาจากรังสีเอ็กซ์ 13.)1980 มีการพัฒนา รังสี เลเซอร์ รังสีเอ็กซ์ ( X-ray Laser)ในโครงการทางทหาร ในปฏิบัติการ แผนการป้องกันของรีแกน (Reagan administration's Strategic Defense Initiative) แต่ไม่ได้ผลดีพอ 14.)ปี 1990 ณ ห้องทดลองจันทรา (Chandra X-Ray Observatory) ใช้รังสีเอ็กซ์ เพื่ออธิบายการเกิด ปรากฎการทางวิทยาศาสตรืด้านดาราศาสตร์ อธิบายเกี่ยวกับ หลุมดำ (Black hole) , ซุปเปอร์โนว่า เป็นต้น จาการศึกษาพบว่า รังสีเอ็กซ์ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ความถี่สูงกว่า แสงขาว ( ความยาวคลื่น 400 -665 นาโนเมตร) รังสีเอ็กซ์มีความยาวคลื่น 10-0.1 นาโนเมตร หรือ ความถี่ ต่อวินาที ที่ 30 - 30,000 x 10 ยกกำลัง15 เฮิร์ทซ์ รังสีเอ็กซ์ เป็นอันตรายต่อมนุษย์ หากมีความเข้มสูง (เทียบ เหมือนแสงอ่อน และแสงแดดเข้ม) ผู้ค้นพบชื่อ วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เก็น ถูกค้นพบเมื่อ ค.ศ. 1895 (พ.ศ.2438) ประโยชน์ รังสีเอ็กซ์ใช้ถ่ายภาพภายใน ร่างกายมนุษย์ เพื่อดู สภาพอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์ เช่น ปอด กระดูก ขนาดของหัวใจ หรือ อื่น ๆ ทางการแพทย์ คลิกที่คำว่ารังสีเอ็กซ์ เพื่อเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

พลิกกลับไปหนึ่งหน้า

คลิกที่นี่

พลิกกลับไปหน้าแรก

คลิกที่นี่