www.derlarrubiz.com

ภาษาเบสิค คอมพิวเตอร์ Language Basic Programming

คลิกที่นี่

กลับไปที่หน้าเริ่มต้น

คลิกที่นี่

         			ภาษาเบสิค
	คำนำ ภาษาเบสิคเป็นภาษา ในวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ทำให้เขียนโปรแกรมแบบเข้าใจง่ายขึ้น ช่วงแรกเริ่มมีคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ชุมชนหรือบุคคลสามารถมีและใช้คอมพิวเตอร์ได้นั้นเกมส์ต่างๆ เขียนโดยภาษาเบสิค
และในภาคอุตสาหกรรมเครื่องจักรต่างๆ ที่ทำงานแบบซับซ้อนแบบที่ใช้คอมพิวเตอร์คอนโทรล  โดยมีจอภาพแสดงผลการทำงาน และมีแป้นคีย์บอร์ด ในการทำงานที่เรียกว่า  Man Machine Interface : MMI  ก็ใช้ภาษาเบสิคในการเขียนโปรแกรม
ควบคุมระบบการทำงานของเครื่องจักร 
	จะกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของการก่อกำเนิดภาษาเบสิคโดยแปลจากหนังสือพิมพ์ไทม์ ที่ตีพิมพ์ในปี2014  บทความเริ่มต้นด้วยคำว่า" โปรแกรมภาษาเบสิคผู้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล" ช่วงแรกในประวัติความเป็นมาของ
ภาษาเบสิค(Basic Language) คุณ John Kemeny และคุณ Thomas Kurtz ที่มหาวิทยาลัย Dartmouth เป็นผู้สร้างภาษาเบสิค ในเวลานั้น การเรียน ภาษาคอมพิวเตอร์ มีคำจำกัดความในคำว่า Hour of Code (Code.org) และคำว่า Code Year (Code Cademy)
และคำกล่าวของอดีต ประธานาธิบดี ท่านบารัค  โอบาม่าว่า "การเรียนภาษาเบสิคโปรแกรมไม่เพียงแต่จะสำคัญต่อนักเรียนแต่จะสำคัญต่อประเทศชาติในอนาคต" ,  ความคิดเห็นของผู้ผลิตข่าวเห็นว่า "ทุกคนควรจะได้เรียนรู้Code โค้ด"
การใช้งานคอมเพิวเตอร์ในชีวิตประจำวันไม่เพียงแต่ใช้คอมพิวเตอร์ ควรจะต้องรู้ว่าทำอย่างไรในการโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ทำงาน และนั่นคือสิ่งที่เป็นไปได้ โดยภาษาคอมพิวเตอร์โปรแกรมที่เรียกว่า ภาษาเบสิค (Basic Programming)
	ผู้คิดค้น 2 ท่านคุณ John Kemeny และคุณ Thomas Kurtz ที่มหาวิทยาลัย Dartmouth ใน Hanover รัฐ New Hampshire, โปรแกรมถือกำเนิดที่นั่นและใช้ครั้งแรก ในเวลา 04.00am วันที่ 1 พฤษภาคม 2507(1964,May,4th)
ในช่วงเวลา ปี1970 และต้นๆ ของปี  1980 เมือคอมพิวเตอร์ครัวเรือนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ภาษาเบสิคมากกว่าอย่างอื่น ไ ใดที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ในช่วงนั้น โดยบริษัทเล็กๆ ชื่อ ไมโครซอฟท์  สองผู้คิดค้นภาษาเบสิค เคยกล่าวไว้ว่า สร้างภาษาเบสิคเฉพาะที่ Dartmount เท่านั้น
กล่าวโดยคุณ Kurtz( Mr.Kemeny จากไปในปี 1992)  ใ1960นช่วงก่อนหน้า กลาง ๆ ปี 1960 การใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์ เปรียบเหมือนเล่นหมากรุกโดยการส่งจดหมาย  โดยจะต้องเจาะรูบนแผ่นกระดาษ แล้วยื่นให้พนักงานที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ แล้วนั่งรอผลลัพธ์การพิมพ์
ที่เครื่องพิมพ์ แต่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ Dartmount ทำงานในเพลทฟอร์มภาษาเบสิค Basic Program plateform  ใช้ระบบไทม์แชร์ (time sharing terminal) สามารถเร่งความเร็วในการทำงานระบบคอมพิวเตอร์ สามารถเขียนนโปรแกรมสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอะไรสักอย่าง
	 โดยพิมพ์ข้อความเข้าไป เช่นสมการทางคณิตศาสตร์ แล้วก็ได้ผลลัพธ์ออกมาทันที ด้วยภาษาเบสิคนั่นเอง ในปัจจุบันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ท และสมาร์ทอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างง่ายดาย ในยุคที่คุณ John Kemeny และคุณ Thomas Kurtz
สร้างภาษาเบสิคขึ้นมา จนถึงคุณ douglas Engelbart ผู้คิดค้น อุปกรณ์เชื่อมต่อ ระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ เช่น เม้าส์ และการ์ดจอภาพกราฟิคในยุคปี 1960 เป็นต้นมา, เราอาจจะนึกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์จะสามารถทำให้เราเป็นนักคอมพิวเตอร์ในวัตถุประสงค์แรกๆ นั้นอาจจะคิดผิด
ในช่วงปี 1970-1980  ภาษาเบสิคยังคนมีวิกฤติ ในคอมพิวเตอร์วิทยาการ  ที่มีพฤติกรรมในทางไม่ค่อยดี ในวัตถุประสงค์หรือแนวความคิด ที่หลากหลายดั้งเดิม, เหตุกาณณ์ของภาษาเบสิค จางหายไป อย่างน้อยที่นิยมในครัวเรือนหรือในโรงเรียน ไม่มีใครสมคบคิดที่จะกระทำการใดใด
ไม่มีใครกล่าวถึงในการเรียน แต่หลายคนพบว่าเลวร้าย, ในการมาของเทคโนโลยี อย่างน้อย ก็ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นโดยอย่างน้อยในการใช้คอมพิวเตอร์ของทุกคนก็ยังมีภาษาเบสิค
	เริ่มต้นสำหรับภาษาเบสิค ที่ Dartmount วิสัยทัศน์ของท่าน John Kemeny คณะบดีภาควิชาคณิตศาสตร์ได้ทำให้ภาษาเบสิคมีอิทธิพลต่อวิทยาการศิลปะโดยโปรแกรมทางคณิตศาสตร์  John Kemeny เกิดใน Budapest ปี1926 และ Jewish, ในปี1940 Kemeny เดินทางมาสหรัฐ
โดยระยะเวลาที่พักผ่อนของครอบครัว เพื่อหนีออกจากลัทธินาซี ,ต่อมาได้เข้าร่วมงานใน Manhattan Project ที่ Princeton, และมีแรงบันดาลใจ ในการเข้าร่วมฟังบรรยาย ระบบคอมพิวเตอร์ยุคแรกที่บรรยายโดย John Von Neumann  ,  kimeny ทำงานในลักษณะคล้ายกับผู้ช่วยคณิตศาสตร์ของ
ท่านอัลเบิร์ต ไอส์ไตน์ ก่อนที่จะย้ายไปมหาวิทยาลัย Dartmount ในตำแหน่งศราตราจารย์ ในปี 1953, ในภาควิชาคณิตศาสตร์ เวลาต่อมาอีก2 ปี Kemeny อายุ 29ปี ชือเสีงด้านการสอนคณิตศาสตร์เป็นที่รู้จัก เมื่อมีการบริจาคเงินของ มูลนิธิ Alfred P. Sloan Foundation ให้ดลเงิน 500,000 ดอลล่าร์
ในการสร้างอาคารในมหาวิทยาลัยสำหรับภาควิชาคณิตศาสตร์ ในราวปี 1959 นับว่าสร้างชื่อเสียงให้กับ Kemeny เป็นอย่างมาก การถือกำเนิดของภาษาเบสิค มีแรงบันดาลใจจากศิลปะ Liberal Art  ในการที่จะใช้สมการทางคณิตศาสตร์ประยุกต์ให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานด้านศิลปะ
แนวความคิดคือ Kemeny ให้ความสำคัญกับศิลปะศาสตร์ และจะยุ่งยาก ซับซ้อนในวิทยาการคณิตศาสตร์ โดยที่ศิลปะศาสตร์ ไม่มีความเชื่อมโยงกับคณิตศาสตร์มาแต่ดั้งเดิม" ในทัศนวิสัยแล้ว ในวิทยาลัยอยากเห็นทุกคนได้เข้าถึงคอมพิวเตอร์" มีคำพูดหนึ่งของคุณ Rockmore ที่ว่า
ในช่วงปี 1960เริ่มต้นปี ในวิทยาลัย Ivy League School คอมพิวเตอร์ถูกเก็บซ่อนในที่มิดชิด มีเพียงชาย  หรือ หญิงสวมชุดขาว เท่านั้นที่เข้าถึงคอมพิวเตอร์นั้นได้,    ทางด้านท่าน Kemeny กลับคิดว่า เจ้าสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ (computer)  ยิ่งมีความจำเป็นในชีวิตมนุษย์ชาติในการ
ใช้ชีวิตในกฎที่เพิ่มความสำคัญ สำหรับที่Dartmount แล้วทุก ๆ คน  "ในความคิดแล้ว ทุก ๆ คนใน Dartmount จะต้องเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้"และทุกภาควิชาจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ในห้องเรียนในลักษณะที่เหมาะสม" ปี1991สัมภาษณ์ทางวิดีโอ" ในช่วงแรกคอมพิวเตอร์มีราคาแพง
การใช้ต้องแบ่งปัน โดยการจาะรูบนกระดาษแล้วนั่งรอให้บริกรคอมพิวเตอร์เสียบบัตรเจาะรูนั้นเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ขอใช้ก็นั่งรอคิวของตัวเอง เพราะคอมพิวเตอร์ทำงานได้ครั้งละ1 งานเท่านั้นในเวลานั้น. มีอีกท่านหนึ่งชื่อ Tom Kurtz  เขาเริ่มมาร่วมงานที่ ภาควิชาการคณิตศาสตร์
ในปี 1956  เขามีแนวความคิดเรื่อง การแบ่งปันเวลา Time Sharing  เพื่อรองรับการใช้งานครั้งเดียวได้หลายคน และเป็นระบบที่รู้จักกันในเวลาต่อมาคือ Dartmount Time-Sharing System"DTTS"  โดยให้สามารถแต่งโปรแกรม และประมวลผลได้อย่างรวดเร็วทันทีทันใด
มีคำพูดของ Rockmore ที่ว่า ถ้าลองนึกภาพของนักเรียนที่สนใจอุดมคติในคอมพิวเตอร์  ก็คือการได้รับการตอบกลับจากคอมพิวเตอร์แบบทันทีทันไดไม่ต้องรอนาน  อีกนัยหนึ่งคือไม่ต้องให้ป้อนข้อมูลไปแล้ว 10 บรรทัด แล้วจึงมารู้ว่าที่ป้อนไปนั้นมีความผิดพลาด แล้วค่อยมาแก้ไขว่าถูกผิด
	แต่อะไรคือชนิดของโปรแกรม ในอดีต คุณ Kemeny และ Kurtz ได้สร้างระบบที่ยังไม่บรรลุขึ้น 2 ระบบ คือ โค้ด DASIMCO หรือชื่อเต็มคือ Dartmount Simplified Code  และอีกระบบคือ DOPE  "Dartmount Over Simplified Programming Experiment" ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาโปรแกรมภาษาที่มีอยู่
คุณ KEMENY กล่าวว่า อย่างยากในการสรุปถึงตัวแปรย่อยของภาษาโฟแทน และภาษา Algol ให้ดูง่ายนั้นไม่สามารถกระทำได้ และคุณ kurtz กล่าวถึงภาษาโฟรแทนว่า การทำซ้ำ ไม่สามารถเป็นไปได้ สำหรับความจำดั้งเดิม ดังตัวอย่าง เบสิคที่เขียนให้ดูดังนี้ DO 100, 1,10,2 ผลลัพธ์จะเป็น 1,10,2 หรือ 1,2,10
งและ ตัว "  ,  " คอมม่านี้จำเป็น หรือไม่? มีอีกท่านคือ คุณ John McGeachie  ในโครงการ DTSS software แห่งDartmount เขาเป็นผู้ช่วยที่ยังไม่จบปริญญาตรี กล่าวว่า ภาษา ฟอร์แทน และ Algol ซับซ้อนเกินไปเป็นต้น  ในการอบรมในวันและวันหน้า มีสิ่งที่นิยมอย่างกว้าวขวางในด้านวัตถุประสงค์
ส่วนทางด้าน Kemeny และ Kurtz ได้พยายามคิดค้นไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นแนวความคิดที่จะใช้โค้ด ชื่อ ที่มีความหมายยาวหรือสั้น ในการแทนความหมายต่างๆ เช่น ใช้คำว่า Hello แทนคำว่า LOGIN  หรือ คำว่า GOODBYE แทนคำว่า LOGOFF ไอเดียของ Kemeny คือ BASIC เป็นปฐมบทของ โค้ด
และจะเริ่มเขียนโดย KEMENY เองราวต้นปี 1963 เดือน September ทั้งemeny และ Kurtz อุทิศเวลาในโครงการ DTSS ในการสร้างภาษา BASIC ขึ้นมาและมี นักศึกษาร่วม 10คนเข้ามาช่วยในโครงการภาษา BASIC  นี้ (ที่ Dartmount เป็นวิทยาลัยชายล้วน Kemeny เป็นประธานมหาวิทยาลัย ปี 1972 โดยช่วง
การทำงานในช่วงปี 1970-1981 ที่ดำรงค์ตำแหน่งประธานมหาวิทยาลัย)  Mcgeachie เคยพูดว่า เราทำงานกันตลอดคืนก่อนแยกย้ายกันไปนอน และท่าน Kemeny ก็ร่วมทำงานอยู่ด้วย รุ่งเช้าท่านก็ไปสอนคณิตศาสตร์ระดับปริญญาตรี  ในเวลานั้นมูลนิธิ The Natonal Science  Foundation ให้เงิน 300,000 ดอลล่าร์
ทำให้สามารถติดตั้งคอมพิวเตอร์ได้ ถึง 2 เครื่อง General Electric A-GE-225 เมนเฟรมและ( มีทดแทนเครื่องเดิมด้วย GE-235 ทำให้แรงกว่ารุ่นเดิมไปอีก) ทำให้สามารถทำงานกับตัวเลขทศนิยม (floating Point) ได้หนักหน่วงไปอีก และการเชื่อมต่อกับแป้นพิมพ์ใช้ระบบ smaller Datanet-30 ในการเชื่อมต่อไปยังเครื่องพิมพ์
ที่นักศึกษาใช้ในการเรียนในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้   ทางด้าน Kurtz พูดว่า เราจะไม่ทำงานภายไต้ขีดจำกัด  โดยเรามี 16 K  เมโมรี่ ในการเขียนข้อความ 20 บิท นั่นแสดงให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องภาษาเบสิคมีหน่วยความจำ เมโมรี่ เหลือเฟือในการเขียนโปรแกรม แต่ในเวลาต่อมา มีการแปรเปลี่ยนไปในการใช้
เมโมรี่ ในภาษาเบสิคให้ลดลงมา เป็น 3K ในการเขียน ข้อมูลคำ 8บิท  เป็นการผิดกับคำพูดเดิมที่ ทั้ง Kemeny และ Kurtz ได้ให้คำแนะนำไว้แต่เดิม   สำหรับภาษาเบสิคของ Dartmount อาจไม่ชื่นชอบนัก เพราะ ตัวโปรแกรมที่เขียนยืดยาวหลายบรรทัดจะถูกแปลงโดยตัว Complier คอมไพลเลอร์ ให้เป็นโค้ดที่เครื่อง
คอมพิวเตอร์เข้าใจ แล้วจึงปฏิบัติการทำงานออกมาหลังจากแปลงโค้ดเสร็จสิ้น มีข้อสังเกตุจาก Mcgeachie ว่า Basic ทำงานได้รวดเร็ว ถ้าป้อนโปรแกรมไม่กี่บรรทัด ผลลัพธ์ที่ได้แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น  ในระบบคอมปี 1960 ถือว่า basic โปรแกรม จะ run แบบ สบาย ๆ ว่างั้น
แต่จะเสียเวลาตอนป้อนโปรแกรมที่ว่า ตัวเครื่องพิมพ์ที่ Dartmount เวลานั้น ทำได้เพียง 10ตัวอักษรต่อวินาทีเท่านั้น Mcgeachie กล่าว ในอดีต ที่ dartmount 4.00am. วันที่ 4 พฤษภาคม 2507 (1964) มีเหตุการณ์ 2 อย่างเกิดขึ้นไม่เพียงเฉพาะ โปรแกรม BASIC รุ่นย่อยที่ถือกำเนิดใน Dartmount เท่านั้น แต่ยังเป็นโปรแกรมที่ทำงาน
ในระบบ Time Sharing อีกด้วย ทำให้สามารถเข้าถึงโปรแกรม BASIC ได้หลายคนในเวลาเดียวกันอีกด้วย  ในปี 1964 นั้นภาษาBASIC ของDartmount ในการเข้าถึงของนักเรียนของDartmount นั้น เริ่มต้นที่ 11 ตัวอักษร พิมพ์ดีด Type writer Machine  เวอร์ชั่นแรก BASIC มี 14 คำสั่ง ด้วยคำสั่งที่เข้าใจง่ายตรงไปตรงมา และmade sense
1.)คำสั่ง PRINT  จะได้ผลลัพธ์ เป็นตัวอักษร ข้อความ และตัวเลขที่ เครื่องพิมพ์ดีด (ในเวลาต่อมา แสดงผลบนจอภาพ เทอร์มินอล ของระบบ ไทม์ แชริ่ง  และคอมพิวเตอร์บุคคล PC)
2.)LET คำสั่งนี้จะบอกให้คอมพิวเตอร์คำนวณสมการทางคณิตศาสตร์ และกำหนดเป็นตัวแปรหรือสถานะ เช่นคำสั่ง LET C=(A*2.5)+B ;
3.)IF and THEN  คำสั่งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบเงื่อนไข ว่าจริง หรือ เท็จเพื่อการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
4.)FOR and NEXT เป็นคำสั่งให้โปรแกรมทำงานวนรอบ loops;
5.)GOTO กำหนดให้โปรแกรมกระโดด ไปทำงานในบรรทัด หมายเลขที่กำหนดภายในโปรแกรม
6.)END ใช้ใน Dartmount เพื่อบอกให้คอมพิวเตอร์ ทราบว่ามาถึงจุดสิ้นสุดของโปรแกรมแล้ว
การป้อนโปรแกรมในภาษาเบสิค ด้วยการป้อนตัวอักษร และตัวเลขเข้าไป ตามรูปแบบคำสั่ง ในจำนวน 14 คำสั่ง บรรลุได้ในเวอร์ชั่นที่ 3ในปี 1966 ในการใช้ภาษาเบสิค เหมือกับการได้โต้ตอบกับคอมพิวเตอร์โดยตรง ในทางที่ไม่ได้ป้อนข้อมูลตอบโต้  อาจใช้งานเบสิคในรูปแบบทางวิทยาศาสตร์เช่นการจำลองทางคณิตศาสตร์
โดยที่ภาษาเบสิคสามารถที่จำทำอะไรก็ได้ ทั้งเล่นเกมส์ มีผู้ให้คำจำกัดความภาษาเบสิคว่าเป็นภาษาที่ใช้งานได้เอนกประสงค์   เราสามรถใช้งานภาษา เบสิค Dartmount ได้อย่างมีความวิจิตรสวยงาม ด้วยความยาวถึงสองหน้ากระดาษเครื่องพิมพ์ ที่จำทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานในสิ่งที่เราให้ความสนใจ และน่าใช้ด้วยคำสังง่าย ๆ 
เพียงไม่กี่บรรทัด ด้วยโค้ดที่ง่าย ๆ สั้น ๆหลังจากนั้น เราก็เผชิญอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ในชีวิตครั้งแรก ที่มีประเด็นที่ยิ่งใหญ่เลยทีเดียว   สาระที่ Kemeny และ Kurtz ได้ให้ไว้คือ Basic เข้าถึงอย่างเปิดกว้าง ว่า นักเรียนเดินไปที่ห้องสมุดแล้วยืมหนังสือเข้าห้องเรียนได้ ไม่มีคนถาว่าทำไมเขาสนใจในหนังสือ และก้ไม่หวงแหนหนังสือนั้น
 ทาง Kemeny เขียนบัตรเชิญ bochure ว่า คอมพิวเตอร์จะเปิดศูนย์กลางการเรียนรู้ ในปี 1966 .  นักศึกษาธรรมดา ๆ สามารถเดินเข้า ไปในศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ (KEIWIT Computation Center) นั่งในคอนโซล  แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ในระบบ ไทม์แชริ่ง (แบบ แชร์เวลา ใช้งานได้ทุกคอนโซลพร้อมกัน)
ไม่มีใครมารบกวน ไม่ว่า นักเรียน จะทำการบ้าน หรือแก้ปัญหาในบทเรียนที่น่าปวดหัว หรือเล่นเกมส์ หรือ เขียนจดหมายถึงเพื่อนสาว ก็สามารถทำได้ในศูนย์คอมพิวเตอร์ Keiwit Computation Centerแห่งนี้. แต่สิ่งที่บรรยายในบัตรเชิญ นี้เป็นคอมพิวเตอร์บุคคลที่เวลานั้นยังไม่มีผู้คิดค้นทำขึ้นมาแม้สักเครื่องเดียว เพียงแค่เป็นหลักการ
แนวคิดในอากาศ ณ เวลานั้น.   Dartmount Basic ที่ Kemeny และ Kurtz วาดหวังไว้ให้เป็นทุกสิ่งอย่าง หรือ มากกว่านั้น ในรายงาน Triumpphant 1967 ที่ทั้งสองได้กล่าวทิ้งไว้ตอนท้ายของรายงาน.   นักเรียนที่ Dartmount จะรู้ได้ดีในคอมพิวเตอร์ เมื่อเขาได้มีความชำนาญด้วยตัวเขาเอง   ที่ Dartmount มีการกำหนดให้สามารถเชื่อมต่อ ระบบ DTSS
ของ dartmount ด้วยคู่สายโทรศัพท์ เพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์ ระบบ ไทม์แชริ่งได้ จาก East Coast school รวมถึง Harward และ Prince ton หรืในวิทยาลัยอื่น ๆ ก็สามารถเชื่อมต่อเข้ามาใช้งาน Dartmount คอมพิวเตอร์ได้  ทาง General Electric กับ ระบบ DTSS ภาษาเบสิค มีการขายให้กับองค์กรด้านธุรกิจ เข่น บริษัท Digital Equipment 
corporation และ HP  เพื่อแนะนำ โปรแกรม BASIC   ในปี 1991 Kemeny ให้สัมภาษณ์ ว่า ปริมาณ ที่มีผลกระทบต่อตัวเขา เมื่อมีการอบรมอย่างมากมายเกิดขึ้น จะมีผลในการเปลี่ยนผ่าน เพราะความต้องการคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นและครอบคลุมไปทั่วโลก
	นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ชื่อ Edsger Dijkstra (1930-2002) กล่าวถึง คอมพิวเตอร์ว่า ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่แฮปปี้กับคอมพิวเตอร์ที่โปรแกรมทำให้การเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ แต่ตรงข้ามอาจมีคนพูดโวยวาย  ความยากในทางปฏิบัติที่จะสอนการโปรแกรมที่ดีแก่นักเรียน ทีมีพื้นฐานใน Basic อย่างสูง  คำกล่าวในปี 1975
ว่า  ทำอย่างไรดีที่จะต้องบอกว่านั้นคือ ความเจ็บปวด?  ศักยภาพของนักโปรแกรมที่เขาจะต้องเข้าใกล้ความหวังและเปลี่ยนแปลงเจนเนอเรชั่น ด้วยปัจจุบัน มีความเป็นไปได้อย่างมาก เมื่อ BASIC มีผลกระทบอย่างยิ่ง และไม่เพียงเป็นภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่จะกระทบโดยตรงทำให้ โปรแกรมภาษาฟอร์แทนมีอาการถดถอย
มีผลทำให้ PL/1 เกิดอาการหมดสัญญาณชีพจร และยังทำให้ Cobal ถึงกับมีอาการก้าวร้าว ดุร้ายขึ้นมา.  ในภาษาเบสิคมีคำสั่ง GOTO ที่เป็นคำสั่งกระโดด ไปบรรทัดไหนของโปรแกรมก็ได้ในโปรแกรม ถูกตั้งชื่อว่า โค้ดสปาเก็ตตี้ (Spaghetty Code) ปี 1968  Dijkstra ให้คำจำกัดความคำสั่ง GOTO  ว่า เป็นคำสังที่ Harmful รบกวน
ถึงแม้คำสั่ง GOTO จะโดนข้อหาว่า เป็นคำสั่งจุกจิก โค้ด ก็ตาม แต่ในนักเรียนที่เรียนด้านศิลปะ กับชอบคำสั่งนี้ ที่เป็นเทคนิคโปรแกรมเล็กๆ  ที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีความท้าทายน้อยลง และ คำสั่ง GOTO เป็นคำสั่งสวรรค์ของพวกเขา. ในภาษาเบสิคยุคคลาสสิค การจัดการโปรแกรมจะใช้หมายเลขบอกบรรทัด เช่น เริ่มที่ 10 ในรูปแบบ
เช่น 10  PRINT"HELLO"  ในรูปแบบดั้งเดิม การมีบรรทัดกำกับก็ดีในลักษณะการลำดับของโปรแกรม และสามารถเข้าถึงกรณีเกิดข้อผิดพลาดว่าเกิดจากบรรทัดใด ในแต่ละขั้นตอน   ในช่วงนั้น 1975 BASIC สร้างความไม่พอใจให้นักคอมพิวเตอร์อย่าง  Edsger Dijkstra ก็ตาม หรือนึกว่านี้คือ ความอิจฉาเล็กน้อยก็ตาม  แต่สำหรับคน
ที่ไม่ค่อยประสีประสาได้ทำการศึกษาการเขียนภาษาเบสิค ก็สามารถเขียนภาษาเบสิคในช่วงเสี้ยวของชั่วโมง สำหรับมือใหม่เรียนที่จะโปรแกรมให้คอมพิวเตอรืทำงานได้ดังที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคปี 1975
	เข้าสูยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล PC ยุคที่คนนอกวงการคอมพิวเตอร์วิทยาศาสตร์  Running โปรแกรมภาษาเบสิค ในคอมพิวเตอร์ ที่ Dartmount ระบบ DTSS ในช่วงนี้ KEMENY และ KURTZ  เป็นนักประดิษฐ์ ที่ไม่เคยเป็นจริงมาก่อนนั่นคือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล PC นั่นเป็นการปฏิวัติ ในรอบ 10 ปีให้หลัง
เมื่อ NEW MEXICO model rocket company เรียกทั่วไปว่า MITS ได้นำคอมพิวเตอร์ออกสู่ตลาด ชื่อว่า ALTAIR 8800 ราคา 497 ดอลล่าร์สหรัฐ Build it your self (ราคา 621 ดอลล่าร์) ได้ทำการปฏิวัติวงการ คอมพิวเตอร์ ได้รับการโอบกอดอย่างดีจากชุมชนเล็ก ๆ ในคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กนี้ และมีคำเรียกเฉพาะว่า Computer Nerds
ในเวลานั้น อ้างถึงคุณ Paul Allen นักโปรแกรมเมอร์ที่ทำงาน ใน Honeywell ใน Boston.  บนแผงหนังสือ มีชื่อวารสาร Popular Electronics ฉบับ มกราคม ปี 1975(2518) มีภาพ ALTAIR 8800 ปรากฎบนปกวารสาร Popular Electronics ทั้ง Pall Allen และเพื่อนของเขา Bill Gates รู้สึกตื่นเต้น และความรู้สึกแรกคือ เขาจะทำให้ Altair
8800 ทำงานด้วยโปรแกรม ภาษษ เบสิค ที่ทั้งสองเริ่มต้นเรียนด้วยตนเองจากเครื่องพิมพ์ดีด เชื่อมต่อ กับระบบ ไทม์แชริ่ง ในโรงเรียน Lakeside school ใน Seattle   ในเวลานั้น Allen คิดว่าเขาจะสร้างภาษาเบสิคขึ้นเองเพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ Altair ก่อนอื่นต้องรู้จักกับ Altair เสียก่อน,  ความคิดคือ ไม่ง่ายในการจะเขียนโปรแกรม 
ลงไปบนตัว ไมโครโปรเซสเซอร์ จวบจนมาถึงยุคชิพคอมพิวเตอร์ 8080 ทำให้เขาคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะเริ่มเขียนโปรแกรมในชิป ไมโครโปรเซสเวอร์ 8080 นี้ ให้สามารถ รันนิ่งถาษาเบสิคได้
  	Allen คิดค้น Basic โดยไม่ได้แตะตังคอมพิวเตอร์ อย่าง Altair แต่ได้ทำการจำลอง และทดลอง รันนิ่งโปรแกรม ใน Digital Equipment PDP-10  Mini computer. "Monte Devidoff ผู้ช่วย และ Bill Gates เขียนเบสิคให้ Altair การเขียนโปรแกรมเหมือนเขียนนิยาย หนึ่งเรื่อง Allen กล่าว  นั้นคือ ทำไมเราได้สร้าง  Basic ขึ้นมา
ด้วยการกำหนดเนื้อหา ออกเป็น บท บท และแตกปัญหาใหญ่ๆ ให้เล็กลง แก้ไขแล้ว แก้ไขอีก จนกระทั่งได้ภาพใหญ่ขึ้นมา แล้วก็แก้บัก (Bugs) นั้นเป็นงานที่หนักที่สุด แต่ก็ชื่นชอบสนุกสนานที่ได้เคยทำมา Allen กล่าว ,  ทั้ง Allen และ bill Gates ได้ร่วมกันพัฒนา ภาษาเบสิค ขึ้นมาและร่วมกันก่อตั้งบริษัท Micro Soft 
ได้ขอจดลิขสิทธิ์ที่ MITS ด้วยการขายที่ราคา 500 ดอลล่าร์ แต่ถ้าซื้อร่วมกับ Altair ราคาเหลือที่ 75 ดอลล่าร์ หรือ ฟรี ถ้ามีการก็อปปี้ และทาง bill Gates เคยเขียนเกี่ยวกับการละเมิด นี้ในเวลาต่อมา Legendary open letter การตั้งราคา Basic ไว้สูงเพื่อโน้มน้าวให้หันมาซื้อ คอมพิวเตอร์ Altair  ด้วยกลยุทธทางการตลาดของ MITS คำกล่าวของ 
คุณ David Bunnell  ผู้มีหน้าที่ในการประกาศข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัท MITS . ส่วนทางประธานบริษัท คุณ ED Roberts "ช่องทางหนึ่งเล็ก ๆ ของความคิดที่ เขายังไม่เห็นภาพใหญ่"  การที่ เบสิคสามารถจับต้องได้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ "มี2 คีย์ ที่ปฏิวัติคอมพิวเตอรืสมัยใหม่กล่าวโดย Bunnell เขามักจะประกาศ Altair Basicใน
คอลัมน์ MITS ' computer Notes newletter ในปี 1975 และคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ต้องทำความเข้าใจ   . คอมพิวเตอร์ Altair 8800 และ Altair Basic ทั้งคู่เป็นเงื่อนไขที่มาบรรจบกันแล้ว  และนั่นคือสิ่งที่เป็นจริงแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น    สำหรับ Altair ในช่วงเริ่มแรก เหมือนงานอดิเรกที่ง่ายดายต่อการที่จะใช้หัวแร้งในการบัดกรีวงจรต่าง ๆ 
ให้เป็นคอมพิวเตอร์ ในช่วงปี 1977 ได้เกิดการสร้างคอมพิวเตอร์บุคคลหลายค่ายตามมาเช่น APPLE II ของค่าย Apple , PET2001 ของค่าย Commodore และ TRS-80 ของค่าย Radio Shack  และสิ่งเดียวที่ติดมากับ คอมพิวเตอร์บุคคล ก็คือ มาพร้อมกับ เบสิค  ในเครื่อง PC PET ฒาพร้อม เบสิคที่เป็น ไมโครซ้อฟต์เบสิค มาแต่แรกรวมถึง
แต่ ในเครื่อง TRS - 80  และ APPLE II ในช่วงแรกไม่ได้ใช้ เบสิค ของค่าย ไมโครซ้อฟต์ ในช่วงแรก โดยที่ Apple มีนักพัฒนาโปรแกรมชื่อ Steve Wozniak ทำ เบสิคของตนเองขึ้นมา แต่หลังจากนั้น ก็หันไปใช้ เบสิค ของ ไมโครซ้อฟต์ ซึ่งโดยทั่วไป คอมพิวเตอร์ PC ทั่วไปก็จะติดตั้ง ไมโครซ้อฟต์ เบสิกกันแทบจะทุกเครื่องในเวลาน
รวมถึง อีก2 บริษัท คือ Atari และ Texas Instrument   มีผู้พูดถึงซ้อฟแวร์นักฆ่า คือ เพียงแค่ซื้อคอมพิวเตอร์มาเพื่อ รันโปรแกรมนั่น แล้วในปี 1979 VisiCal คือโปรแกรมนักฆ่าในเวลานั้น และ ก่อนหน้านั้น โปรแกรมนักฆ่า ก็คือ ไมโครซ้อฟท์ เบสิค นั่นเอง, ช่วงเวลานั้นผู้ซือคอมพิวเตอร์ PC ส่วนมากซื้อมาเพื่อเรียนในการโปรแกรม
ต่อมาเกิดมีคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ที่มีเบสิค เทียบเคียงกับไมโครซอฟท์ เบสิค นั่นคือ CBASIC ผลิตโดย พนักงาน naval คนนึงชื่อ Gordon Eubanks.  ในเวอร์ชั่น CBASIC เป็นที่นิยมในชุมชนที่เขียนโปรแกรมด้านธุรกรรม เหมือนกับว่าได้เขียนเบสิคในรูปแบบเดียวกับโปรแกรมอื่น ๆ  โดยพื้นฐานแล้ว ไมโครซอฟท์ เบสิค มีฟังก์ชั่นคำสั่ง
ที่มากกว่า CBASIC คำกล่าวของ EUBANKS, "ทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ Basic มีปรากฎให้เห็น  ถ้าคุณมี TRS-80  เพียงแค่เปิดเครื่องแล้วเขียนเบสิค คำสั่งเล็ก ๆ ให้พิมพ์คำว่า "Hello" และมันทำงาน  โดยโฟกัสจุดเล็กๆ ทำอย่างไรให้สามารถพัฒนา ไปเป็นแอพพิเคชั่นทางธุรกิจได้ คือผลลัพธ์สุดท้าย Bill Gates ทำสิ่งเล็ก ๆได้ดีกว่า
ในวิสัยทัศน์ของ Eubank เขาเสริมความเห็นว่า ใน ไมโครซอฟท์ เบสิคมีความสำคัญ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อใครได้เปิดคอมพิวเตอร์แล้ว อย่างเช่น TRS-80 มันจะพาไปในโหมดของภาษา นี้คือ สิ่งที่ Eubanks พูดถึงความสำคัญของ ไมโครซอฟท์ เบสิค และจะต้องโหลดโปรแกรมขึ้นมาจากสื่อกลางอะไรสักอย่าง เช่นแผ่นดิสค์
 เทปข้อมูล และก็จะต้องเริ่มป้อนข้อมูลใหม่ ๆเข้าไป  คอมพิวเตอร์เหล่านี้ เชิญให้กระทำการโปรแกรมโดยไม่มีการท้าทาย   โดยภาพรวม ทั้ง Dartmount Basic, CBASIC, และ microsoft Basic ต่างก็มีหลักการในการรันนิ่ง โปรแกรมด้วยวิธี Interpreater คือจะต้องทำการโหลดโปรแกรมทุกบรรทัดเข้าเครื่องก่อน ทุกครั้งก่อนที่จะรันโปรแกรม
นั่นทำให้ไม่รู้เลยว่าจะโดน ขโมยข้อมูลโปรแกรมไปตอนไหน เช่นการ ทำกราฟฟิค 
แต่ในความหมายเช่นเดียวกันทำให้ใครก็ได้ที่จะฝึกทักษะเรื่องโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาแรกสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเขียนใน ไมโครซอฟต์เบสิค
 รวมถึงโปรแกรมในด้านพานิช ทำการแจกจ่ายในรูปแบบของ ตลับเทป หรือ แผ่นฟ็อบฟี่ดิสก์, คุณจะได้เรียนรู้จากสิ่งนี้ การปรับแต่ง การลักลอบใช้ส่วนเล็กๆน้อย ๆ
ในโปรเจ็ค เหมือนกันกับการกระทำที่เสมือนเป็น ซอฟแวร์เปิด ที่ให้ใครนำเอาไปต่อยอด  อันยาวนานมาสำหรับความคิดนี้ opensource software โอเพ่นซอสซอฟต์แวร์
  ถ้าคุณต้องการขอความช่วยเหลือในการเรียนภาษาเบสิค ,มีวัตถุดิบอ้างอิงมากมาย เพื่อที่คุณจะได้ใช้เขียนโปรแกรม เบสิค  อันจะมีแนวโน้มมากกว่าข้อมูลของมาตรฐานทาง
วิทยาการคอมพิวเตอร์
	ในปี 1972 ( หรือ พ.ศ. 2515) มีนักเขียนชื่อบ็อบ อัลบรีช (B0b Albrecht) ทำงานกับบริษัทคอมพิวเตอร์ใน Menlo Park รัฐคาลิฟอร์เนีย ได้เขียนหนังสือ
เรื่องในแนวที่ตื่นเต้นของผู้ริเริ่มทำอะไรบางอย่าง ในหนังสือชื่อว่า My Computer like Me when I Speak in BASIC อันจะทำให้คุณไม่จินตนาการไปให้เหมือนการเขียน
โปรแกรมโฟรแทรน (Fortran) หรือ ในทุกวันนี้มีภาษา ด้านเน้นภาษาเชิงวัตถุ Objective เช่น ภาษา ซี (C) หรือ ภาษา จาวา(Java)
	สิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อภาษาเบสิค ไม่ใช้หนังสือประเภทตำรา (text Book) อย่างน้อยก้ไม่ใช่ออฟฟิเชียล. นั่นก็คือ หนังสือ 101 BASIC Computer Games
ในภายหลังก็ชื่อ BASIC Computer Games ชึ่งมีการแก้ไข และทั้งสองเวอร์ชั่นของหนังสือ เขียนโดย David H.Ahl.
	หนังสือ ของ AHL เจริญเติบโต ซึ่งเขามีหน้าที่ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจด้านการศึกษาในบริษัท ดิจิตอล อิควิปเม้นท์ คอเปอร์เรชั่น ในระบบคอมพิวเตอร์มินิ
สายงาน PDP-8, ในราวปี 1971 เขาได้สร้างเกมส์คอมพิวเตอร์ขึ้น 2 เกมส์โดยภาษาเบสิค  ที่เดิมเขียนโดยภาษา FOCAL คือเกมส์ชื่อ Hammurabi( ชื่อนักบวชในอาณาจักรโบราณ 
สุเมเรีย SUMERIA) และอีกเกมส์ชื่อ ลูน่าร์ แลนเดอร์ Lunar Lander( แน่นอนว่าเสียงเหมือนอะไร) "ผมเขียนเกมส์จากการ สแคลตช์ Scratch  มากกว่าที่จะนำเสนอ
เครื่องจักรให้เป็นอย่างอื่น" Ahl พูด
	ความชื่นชอบของผู้คนได้ทำให้ Ahl นำทางเขาเข้าสู่การเรียนรู้ในการ เขียนเกมส์ด้วยภาษาเบสิค, จดหมายข่าวใน DEC ที่ Ahl เป็นคนเขียน , งานส่วนมากจะ
มีส่วนช่วยโดยผู้อ่าน โดยเฉพาะจะเป็นนักศึกษา ไฮสคูล ลและ ในปี 1973 , DEC ก็ได้ออกหนังสือ กวีนิพนธ์ ชื่อ 101 BASIC Computer  Games เวอร์ชั่น DEC
         	หนังสือขายดีมีการพิมพ์ครั้งที่ สอง, สำหรับการขาย 10,000 เล่ม "มีความห่างไกลกันมากของจำนวนหนังสือ กับจำนวนคอมพิวเตอร์ ,ส่วนหนึ่งจากการที่
บางคนซื้อหนังสือ 3 เล่ม, 4 เล่ม, 5 เล่ม สำหรับคอมพิวเตอร์ เพียง 1เครื่อง" Ahl กล่าว
	โดยย่อ : หลังจากที่ Ahi ออกงานจาก DEC ในปี 197u4 เขาเริ่มงานกับหนังสือแมกกาซีน Creative Computer , เขาทุ่มเทอย่างมากในความคิดที่จะทำความว่างเปล่า
ให้เป็นเบสิค   BASIC     ดังนั้นเขาจึงได้ตีพิมพ์หนังสือ BASIC Computer Games โดยลิขสิทธ์ถือมาจาก หนังสือ 101 BASIC Computer Games เมื่อครั้งอยู่ที่ DEC
	เช่นเดียวกับ BASIC ในตัวเองแล้ว, BASIC Computer Games ได้ลงวันที่ล่วงหน้า ให้กับการปฏิวัติ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล PC แต่เป้นตัวฉุดให้ไปข้างหน้า
ตัวหนังสือถูกปรับปรุง ไปในอีก หกภาษา แรงบัลดาลใจ ทวีคูณที่ตามมา และกลับกลายเป็นหนังสือที่ขายดี มากถึง ล้านเล่ม. ประดุจดัง เพลงโฟล์คซอง มันเป็นโปรแกรม
ที่แสดงให้เห็นส่วนหนึ่งของสังคมที่แบ่งปันและส่งต่อๆ กันเป็นมรดก ,มีการผ่านไปโดยรอบ, กลายพันธ์ไป ในหลายๆ รูปแบบ ซึ่งนั่นคือควรจะเป็นไปตามนั้น
	ในช่วงเวลา ในมือของฉันได้ถือหนังสือ BOOK-CIRCA 1978 เมื่อคุณพ่อได้ซื้อคอมพิวเตอร์ PC  รุ่น TRS-80-I  และก็น่ากังวลว่าจะมีเกมส์ได้ถูกติดตั้งให้แล้ว
ด้วยภาษา BASIC  เนื่องด้วยเวลานั้นคอมพิวเตอร์ดูไปหมือนเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นโบราณ มีเฉพาะหน้าจอที่จะรับคำสั่งตัวอักษร  ไม่มีแม้กระทั่งรูปภาพกราฟฟิคใดด บนจอภาพ
ในเกมส์ที่เป็นการตีกอล์ฟ การกำหนดแรงตีจะให้ป้อนตัวเลขบนหน้าจอ ก่อนการกดเล่น ตัวเลข 1 ถึง 100
	ในทางทฤษฎี ฉันไม่เคยพบหนังสือที่มีคุณค่ามากมาย หลังจากที่การได้เขียนเกมส์สำหรับคอมพิวเตอร์ TRS-80s-I ทั้งที่บ้านและโรงเรียน โดยการโหลดจากแผ่น
บันทึกจานแม่เหล็ก ฟล็อบฟี่ดิสก์ ใช้เวลาไม่กี่วินาที มากกว่าที่จะป้อนคำสั่งจากตำรา และตบยุงไปด้วย แต่ก็ยังรักการป้อนคำสั่งเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์
ด้วยการลอกโปรแกรมจากวารสาร Creative Computer, 80 Microcomputing , softSide, และนั่นเป็นศูนย์กลางของความฟุ่มเฟือยประจำในแต่ละเดือน ๆ
	BASIC โปรแกรมที่ดีที่สุด ที่ตีพิมพ์ในวารสาร เป็นสิ่งที่ตื่นตลึงสำหรับโปรแกรมเมอร์มืออาชีพม ในส่วนที่เพราะว่า มืออาชีพสามารถเข้าใจได้ดี "แรกเริ่ม
เข้าวงการคอมพิวเตอร์ปี 1983, ซอฟแวร์ที่มีขาย เป็นเหมือนสิ่งของที่อยู่ในถุง, ด้วยแผ่นกระดาษ หรือมาพร้อมกับคำเแนะนำ, กล่าวโดย Gregg Keizer
ในเวลาต่อมาได้เป็นนักเขียนวารสารแมกกาซีน
	สิ่งต่างๆ ได้ทำให้การเขียนโปรแกรมเป็นสิ่งล่อใจ: ถ้าคุณไม่มองลึกๆ ไปถีงโปรแกรมเชิงพานิช แล้วละก็ "ฉันสามารถเรียนรู้ได้" แล้วคุณล่ะจะไม่ลองสักหน่อย รึ
	(แน่นอนว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โดยปราศจากความพยายามที่จะโปรแกรมมัน. แต่คอมพิวเตอร์ในไฮสคูล ของฉัน ในช่วงปี 1970s  ถึงช่วงเริ่มต้นปี 1980s,
พวกเราจ้องมองคอมพิวเตอร์นั้นด้วยความสงสาร. ดูเหมือนว่า มันจะดูเหมือนคนไม่รู้หนังสือ นั้นก็ไม่ได้มองแบบให้ความสนใจ)
	การพิมพ์ข้อความโปรแกรมจากรายการในแบบฝึกหัดที่ชาญฉลาดมากกว่าการพยายามมากที่จะท่องจำ ,ในอดีต เพราะว่าจะต้องปรับคำสั่งให้มาเข้ากันได้กับ 
ไมโครซอฟต์ BASIC , ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของภาษาท้องถิ่นตราบใดที่ยังมีหน่วยความจำอำนวยให้สามารถพัฒนาฟังก์ชั่นสำหรับงานด้านกราฟฟิคและเสียง
มันจะดูเหมือนว่าต่างไปจากBASIC ที่ DartMouth แห่งแรก และมันจะกลับกลายมาเป็นภาษาที่สวยงามที่สุดได้
	สำหรับสูตรสำเร็จ, มีบรรทัดที่มีชื่อเสียง ของBASIC โปรแกรมในเครื่อง Commodore 64 คอมพิวเตอร์ ดังนี้:
10 PRINT CHAR$ (205.5 + RND(1)); : GOTO 10

	นั่นเป็นการสร้างค่า แรนด้อมสุ่ม , จะกำเนิดแพทเทริน แถบเขาวงกตไปเป็นนิรันดร์ , หรือจวบจนกระทั่งคุณกดแป้นพิมพ์ Ctr -C มันเหมือนการสะกดจิต
และเป็นสัญญลักษณ์ ที่มีแรงบันดาลใจจสกบทความในปี 2012 ที่เหมาะสม , 10 PRINT CHAR$ (205.5 + RND(1)); : GOTO 10 แต่คำสั่งบรรทัดนี้ไม่สามารถ Run
ได้ถ้าไม่่ใช่ Commodore 64 คอมพิวเตอร์ ,เพราะว่า เทคนิคที่ชาญฉลาด ที่ขึ้นอยู่กับ Commodore 64 มีความสามารถทางกราฟฟิคได้
	คุณเคเมนี่ Kemeny และคุณ เคริทซ์ Kurtz ผิดหวังอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกินเลยกับสิ่งที่เขาได้ลงมือสร้างขึ้น. ในปี 1985 ทั้งสองได้ตีพิมพ์หนังสือ
ชื่อ Back to BASIC ซึ่งพรรณา ถึงความไม่สอดคล้องและไม่มีมารยาทของ ไมโครซอฟต์ BASIC และ ค่ายอื่นๆ ที่หาได้ในไมโครคอมพิวเตอร์, เขาได้ตั้งหัวเรื่อง
PC Based BASICs" What Went Wrong?" และเรียกมันว่า "ถนนของ BASICs"ชื่อเล่นเป็นเหมือน สายเชือก สายลวดปานนั้น
	ผู้ให้กำเนิดBASIC  ไม่เพียงแต่พร่ำบ่นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาษาเบสิคของเขา แต่พบว่า มีบริษัทที่ชื่อ True BASIC ที่ออกผลิตภัณฑ์ BASIC
ที่ควบรวมคำสั่งBASIC เดิมในเวอร์ชั่นของ Dartmouth BASIC ในเวอร์ชั่นเก่า มีการบวกเพิ่มฟังก์ชั่นคำสั่งใหม่ๆ เข้าไป  สำหรับ TRUE BASIC
ถูกออกแบบให้เหมือนกันกับภาษาเดิม และทำงานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นไหนก็ได้
	"ในปี 1983 (2526) ภาษาBASIC ในไมโครคอมพิวเตอร์มีเวอร์ชั่นที่แตกต่างกัน" กล่าวโดย Kurtz,  " เราคิดว่าเราปรับใช้ภาษาเบสิคในภาษาที่เหมือนๆกัน
ในคอมพิวเตอร์ที่ต่างกันได้,เราผิดพลาด, คอมพิวเตอร์ที่ต่างกันไปเติบโตเร็วและมีความรวดเร็วมากขึ้น. บริษัทเล็กๆ ไม่สามารถไปต่อได้"	
	"เรา รู้ผลพวง จากหัวข้อเรื่องในหนังสือ BASIC for the XYZ Computer ชวนให้คลื่นใส้"
	เฉกเช่นใครบางคนบนถนน BASIC, ฉันเพียงดีใจยินดี ที่ฉันไม่ได้รู้ที่มาของ BASIC เมื่อได้ตีพิมพ์ออกสู่ตลาด ถึงแม้ว่า ผลงสานของคุณ Kemeny และ Kurtz
ให้ความรู้สึกสมบูรณ์แบบต่อฉันในวันนี้, เขาควรได้ใช้ โปรแกรม BASIC ,ฉันกำลังเขียนกรณีตัวอย่างที่ทำให้ทั้งสองไม่ค่อยพอใจ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในภาษาBASIC
ของพวกเขา
	BASIC ที่ฉันเขียนให้ คอมพิวเตอร์ TRS 80 ก็ควรจะRun ได้เฉพาะ TRS80 เช่นเดียวกันกับ  Atari 400 ภาษาเบสิคที่ฉันเขียนก็จะใช้ได้เพียง Atari 400
เช่นเดียวกันกับ ไมโครซอฟต์ BASIC มีความแปลกที่ ไม่ใช่เอกสารที่จะมีข้อจำกัดของภาษา โดยส่วนใหญ่มาจากความเกียจคร้าน ,ในเหตุผลอื่น ๆ
ทั้ง Kemeny และ Kurtz คงไม่สบายใจนักในเรื่องดังกล่าว 
	โปรแกรมของฉันไม่สง่างาม ในบ่อยครั้ง  ที่มันไม่ฉลาดพอให้ใครบางคนยอมรับได้ สำหรับฉัน และ TRS 80  แต่เขาคงให้พวกเขามีใจให้ และเขา
ยินยอมให้ฉันบอกกล่าวกับคอมพิวเตอร์ ให้ทำในสิ่งที่แน่นอนว่าฉันต้องการที่จะให้ทำอะไร
	BASIC อาจพูดง่ายๆ ว่าคุณโยนโปรแกรมที่คิดได้เดี๋ยวนั้นทิ้งไปโดยไม่ต้องพยายามอะไร. ฉันเขียนเป็นร้อยในห้องเกมส์คอมพิวเตอร์ในไฮสคูลของฉัน
มีสิ่งอำนวยความสะดวก, ง่ายปฏิบัติได้ ตลกที่จะเล่นกับเพื่อนในชั้นเรียน, ส่วนมากที่เป็นไปไม่ได้คือ ลืมแผ่นฟล็อบฟี่ดิสก์ไว้ที่บ้าน หรือไม่ก็ทำตกหายไปที่ใดที่หนึ่งไป
	แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันมีความสุขที่สุดได้อย่างก็คือ Slot Machine Simulation ฉันเขียนภาพแสดงที่ไม่เคยมีมาก่อน ใช้เป็นแทน สล็อต แมชชีน ทำการอับโหลด
ไปไว้ใน บูลิทิน บอร์ด (Bolletin Board) เมื่อสักประมาณ 34 ปีที่แล้วได้ ฉันได้พบว่า ท่ามกลางของสะสมที่เป็นโปรแกรมของ Tandy radio Shack TRS-80 โดย
คุณ IRA GOLDKLANK บนเว็บไซต์ ตัวแปรของสถาบัน สมิธโซเนี่ยน ที่เกี่ยวข้องกันกับทุกสิ่งทุกอย่าง ใน TRS-80 .
	Ira และผม กลับมาพบกันอีกครั้ง กับ SLOT/BAS  ,ซึ่งผมทำการโหลดเกมส์ลงไปใน MACBook Air, โดยมีตัวแปลง TRS-80 อีมูเลเตอร์, ไล่ดูโค้ดที่เคยเขียน
ไว้ สิบปีที่แล้ว ต่อจากนั้นก็เล่นเกมส์ ที่เชี่ยวชาญเหมือนนักปราชญ์คนหนึ่ง ผู้เคยหมกมุ่นกับ การโปรแกรมมิ่งที่เข้าใจ
	ย้อนกลับไปที่ เมื่อครั้งผมเคย แฮ็ก (Hacking) โปรแกรม BASIC Idol ที่ชื่นชอบ ชายผู้มีนามว่า  Leo Christopherson ที่จูเนียร์ไฮสคูล อาจารย์สอนคณิตศาสตร์
ผู้ซึ่งซื้อ TRS-80 หลังจากหนึ่งในนักเรียนของเขา ซื้อ ตำรา การเขียนโปรแกรมภาษา BASIC,   TRS-80  ทำให้เขาตื่นตระหนกมากเมื่อได้เห็นภาพกราฟฟิคและเสียง
ซาวด์ เอ็ฟเฟ็ค จากเกมส์ เช่น Android Nim, Snake Eggs,  และ Dancing Demon, มันเป็นความประทับใจที่ทำให้เขา เสาะหาว่าที่มาของ TRS-80 เกี่ยวกับ กราฟฟิคที่หยาบๆ
และ เสียงเอ็ฟเฟ็คที่ไม่เป็นทางการสักเท่าไหร่ (ในเวลาต่อมาเขาทำการสร้างเกมส์ของเขาขึ้นมาใหม่ให้อยู่บนเพลทฟอร์มของ PCs และ MACs)
	Christopherson เท็คนิคของเขา ทำให้ Kemeny และ Krutz หวาดระแวง ,โปรแกรมของเขาดุสมบูรณ์แบบ ใช้เทคนิคลึกลงไปใน TRS-80 ซอฟแวร์ และ ฮาร์ดแวร์
และทำเร่งความเร็วมากไปกว่า ไมโครซอฟต์ BASIC ทั้งทางทฤษฎีที่สามารถจะนำพาไป, เขาทำการเขียนโค้ดมาก และมากกว่า ในตัว ไมโครโปรเสฃซสเซอร์ Z-80
ซึ่งปรากฎในบรรทัด ที่ดูไม่ค่อยชัดเจนนักในภาษาBASIC ของเขา
	
	"ผมไม่ค่อยรู้สึกในข้อจำกัดBASIC ตั้งแต่ใช้ โค้ด Z-80 มากกว่า" พูดโดย Christopherson, " ข้อจำกัดที่แท้จริง คือในตัวของ TRS-80 กำหนอขึ้นมาเอง
ผมสละเวลา ล้าสมองตัวเองเล็กน้อยเพื่อเขียนโปรแกรมย่อย Sub-Routine เพื่อทำงานที่ต่างๆ กันไปในความจำของเครื่อง 16 กิโลไบท์ Ram ก็เป็นไปได้งดงาม
มากที่สุดอย่างหนึ่ง คือการทำให้BASIC ทำอะไรตามที่ผมต้องการ แล้ว BASIC ก็ทำได้ตามนั้น"
	ออกจากสปอตไลท์
	ในเวลานั้น ทั้ง Kemeny และ Kurtz ไม่สบายใจนักที่มี True BASIC เข้ามามีอิทธิพลในช่วงที่ BASIC ถึงจุดยอด, ในวิทยาลัยที่เปิดสอนการเขียนโปรแกรม
สำหรับผู้เริ่มต้นBASIC ก็ไม่ใช่ภาษายืนพิ้นเท่าไหร่ : เมือครั้งผมเข้าศึกษา ในปี 1980 ผมเลือกวิชาโปรดคือ ภาษาปาสคาล (PASCAL) ด้วยความพิเศษของความง่าย
ในการเขียนโปรแกรม จนได้รับรางวัล, ( ผมอายที่จะบอกว่า เกรดผมสำหรับปาสคาล และอยากบอกว่าคุณ Edsger Dijkstra ค่อนข้างไม่ใจดี)
	BASIC เป็นภาษาส่วนน้อยในพื้นฐาน PC  คอมพิวติ้ง, มีความเป็นไปได้ที่ภาษาที่มาก่อนจะถือครองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะ
มีความสัมพันธ์เชิงความหมายว่า คอมพิวเตอร์จะปราศจากการเรียนที่จะโปรแกรมมัน




	

คลิกที่นี่