www.derlarrubiz.com

UAV unmanned aerial vehicle ยานบินไร้คนขับ

คลิกที่นี่

กลับไปที่หน้าเริ่มต้น

คลิกที่นี่

   บทความเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ
UAV Unmanned aerial vehicle เป็นอุปกรณ์ ในระบบ Unmanned aircraft System ภาพรวมคือ Drone เป็นอากาศยาน ที่ปราศจาก มนุษย์ที่เป็นนักบิน,ลูกเรือ, ผู้โดยสาร, หรือคณะบุคคล  ในระบบ Unmanned Aircraft System (UAS)ให้รวมถึงฐานปฏิบัติการภาคพื้นดินภายไต้การควบคุมของมนุษย์ที่ทำหน้าที่
เป็นผู้ควบคุมระยะไกล Remote -piloted aircraft(RPA) ในบริบทอื่นคือ ผู้ช่วยระบบอัตโนมัติ ขึ้นไปถึงเต็มระบบอัตโนมัติ UAV ถูกพัฒนาตั่งแต่ศตวรรษที่ 20 เพื่อภาระกิจ ที่อันตรายต่อมนุษย์ เช่นความสกปรก, น่าเบื่อหน่าย, เสียงสูง  แล้วในช่วงศตวรรษที่ 21 มีการเพิ่มสมรรถณะให้เป็นยานบินสำหรับภาระกิจ
ทางทหาร อันรวมถึงภาระกิจ สำรวจป่าไม้, การถ่ายภาพทางอากาศ, การขนส่งผลิตภัณฑ์, เกษตรกรรม, งานของตำรวจ, ข่าวกรอง, การสำรวจโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดิน, วิทยาศาสตร์, การขนของผิดกฎหมาย และการแข่งขันโดรน เป็นต้น
	เป็นที่น่าสนใจว่า Drone นี้มีมานานมากตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2แล้ว ในปี1935 บริษัท Scottish Aviation ผลิต โดรน เป้าบินล่อปืน อากาศสู่อากาศ ที่ยิงมาจากเครื่องบิน ผลิต 70 เครื่อง รหัสเรียก คือ  และ บริษัท Havilland ที่ Hatfield ผลิต400 เครื่อง ใช้วิทยุบังคับติดตั้งที่ส่วนหลัง ใช้ระบบลม กระบอกลม
Pneumatic System Servo control system เป็นเซอร์โว (ระบบควบคุมวงจรปิดมีการป้อนกลับ)ในระบบการบิน ด้านหน้ามีห้องนักบิน แต่ใช้สำหรับทดสอบบินเท่านั้น (ferry flights)รหัสเรียก คือ DH.82 QUEEN BEE  ( เป็นที่มาของคำว่า Drone คือผึ้งตัวผู้  ซึ่งค้นหา ผึ้งเพศเมีย หลังจากต่อสู้กันแล้ว จากนั้นก็ตายไป) 
	Fairey III เครื่องบินปีกคู่(มี2ปีก) มี1เครื่องยนต์ 1ใบพัด (Impeller) ผลิตในปี 1920 แต่พัฒนาขึ้นบินครั้งแรกปี 1917 โดยบริษัท Fairy Aviation Company สัญชาติ อังกฤษ ถูกใช้งานในช่วงต้นๆ ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตจำนวน 964 เครื่อง ช่วงเวลาอายุ ปี 1918 ถึงปี 1942 ชื่ออื่น เช่น Fairy GORDON
, Fairy Seal มีใช้งานในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลียมีใช้ 6 เครื่อง (IIID) , ที่ประเทศอเจนติน่า สั่งซื้อ 6 เครื่อง (  IIF MkIIM(special) )ใช้เครื่องยนต์ Lorraine Dietrich Ed12 ในปี 1992 รายละเอียด มีการเปลียนเครื่องยนต์ใหม่  Armstrong Siddelay ในปี1935 ปลดประจำการปั 1942, ที่ประเทศคานาดา Royal Canadian Air Force
 สั่งซือ 2 เครื่อง(IIC Aircraft 1 เครื่อง และ IIF Aircraft 1 เครื่อง),ที่ ชิลี มีใช้ 2 เครื่อง Chilean Air force -IIF 1 เครื่อง และ Chilean NAVY - IIIF 1 เครื่อง,  ที่ประเทศอียิปต์มีใช้ 1 เครื่อง IIF  ในปี1939 ,ที่ประเทศกรีก มี 2 หน่วงานที่ใช้คือ Hellenic Air force  และ Hellenic NAVY -IIIF ,ที่ประเทศ IRELAND ซื้อไปใช้ 1เครื่อง
ในปี 1928 IIIF MkII และถูกทำลายหลังจากอุบัติเหตุชน ในปี1934 ,ในประเทศเนเธอร์แลนด์ หน่วยงานNetherlands Naval Aviation service - IIID, ในประเทศนิวซีแลนด์muj หน่วยงาน Royal New Zealand Air force ในปี1928 มี 2 เครื่อง IIF MkIIMs และซื้อเพิ่ม ปี1933 จนกระทั่งปี 1940 เหลือ 1 เครื่องที่ใช้ประจำการในเวลานั้น,
ในประเทศโปรตุเกส (Portuguese Air Force ,  Portuguese Naval Aviation- IID), ประเทศสหภาพโซเวียต(เวลานั้น) SovietAir force ซื้อ 1 เครื่อง รุ่น One fairy IIIFAircraft, เพื่อใช้ ทดลองทดสอบ และลองผิดลองถูก, ที่ประเทศสวีเด็น มีใช้ 1 เครื่อง IIID หน่วยงาน Roytal Swedish NAVY
ในประเทศอังกฤษ United Kingdom หน่วยงาน Royal Air Force รุ่นที่ใช้งาน IIIA, IIIB,IIIC , IIIF ที่ No.8 Squadron RAF,No.14 Squadron RAF,No.22 Squadron RAF,No.24 Squadron RAF,No.35 Squadron RAF,No.45 Squadron RAF,No.47 Squadron RAF,No.202 Squadron RAF,No.203 Squadron RAF,No.207 Squadron RAF,
 No.219 Squadron RAF,No.229 Squadron RAF,No.230 Squadron RAF, และ No.267Squadron RAF,   ที่ Fleet Air Arm - IIID,  IIIF หน่วยย่อย 820 NAval Squadron,  822 NAval Squadron,  823 NAval Squadron,  824 NAval Squadron,  825 NAval Squadron,  ข้อมูลจา WIKI, ที่ลอกมาเพื่อให้เห็นว่า สมัยก่อนๆ มีการตื่นตัว
ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อการป้องกันประเทศกันมาก นับว่าเป็นการเปิดศักราชการบินทางทหารนับแต่นั้นมาฯ
	การจัดประเภทของ UAVs จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับอากาศยานชนิดอื่น ๆ โดยจะขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะ เช่น น้ำหนัก ,ชนิดเครื่องยนต์,  ระดับเพดานบินสูงสุด, ความเข้มข้นของระบบอัตโนมัติ , กฎระเบียบในการปฏิบัติงาน, หรือ อื่นไ โดยจะขึ้นอยู่กับหน่วยงาน United States Department of Defense, มี5 ประเภทดังนี้
1.) กลุ่ม (Group)  แต่ละกลุ่มจะมีคุณสมบัติ - 3 คุณสมบัติ คือ ภาระโหลดขึ้นทำการบิน  , ระดับเพดานบิน, ความเร็วUAVในขณะปฏิบัติการ
กลุ่มที่ 1 ) ภาระโหลด น้อยกว่า 20 ปอนด์                                                 ระดับเพดานบิน น้อยกว่า 1,200 ฟุต    และความเร็วน้อยกว่า 100 กิโลน้อต
กลุ่มที่ 2 ) ภาระโหลด มากกว่า 20 ปอนด์และน้อยกว่า 55 ปอนด์        ระดับเพดานบิน น้อยกว่า 3,500ฟุต     และความเร็วน้อยกว่า 250 กิโลน้อต
กลุ่มที่ 3 ) ภาระโหลดมากกว่า 55ปอนด์และ น้อยกว่า 1320 ปอนด์    ระดับเพดานบิน น้อยกว่า 18,000 ฟุต   และความเร็วน้อยกว่า 250 กิโลน้อต
กลุ่มที่ 4 ) ภาระโหลด มากกว่า 1,320 ปอนด์                                              ระดับเพดานบิน น้อยกว่า 18,000 ฟุต และความเร็ว อื่นๆ
กลุ่มที่ 5) ภาระโหลด มากกว่า 1,320 ปอนด์                                               ระดับเพดานบิน มากกว่า 18,000 ฟุต และความเร็ว อื่น ๆ
2.) การแบ่งตามพิสัยและเวลาทำการบิน (Range & Endurance) จัดไว้ 5 กลุ่ม
1.)Very close range UAVs ระยะทำการบิน น้อยกว่า 5 กิโลเมตร                                                           และเวลาทำการบิน 0.5 - 0.75 ชั่วโมง
2.)Close range UAVs          ระยะทำการบิน มากกว่า 5 กิโลเมตร และไม่เกิน 50 กิโลเมตร               และเวลาทำการบิน 1 - 6 ชั่วโมง
3.)Short range UAVs          ระยะทำการบิน  มากกว่า 50 กิโลเมตร และไม่เกิน 150 กิโลเมตร         และเวลาทำการบิน 8 - 12 ชั่วโมง
4.)Medium range                  ระยะทำการบิน  มากกว่า 150 กิโลเมตร และไม่เกิน 650 กิโลเมตร       และเวลาทำการบิน 12 - 36  หรือ 48 ชั่วโมง
5.)Long range                       ระยะทำการบิน มากกว่า  650 กิโลเมตร                                                      และเวลาทำการบิน มากกว่า 36 หรือ 48 ชั่วโมง
3.)จัดแบ่งตามขนาด (Size)       โดยลักษณะความยางของลำตัว หัวถึงหาง  และความกว้างของปีกทั้งสองด้าน
3.1) micro/very small UAVs ลำตัวและปีกยาว น้อยกว่า 50 เซ็นติเมตร 
3.2)Mini/Small UAVs             ลำตัวและปีกยาว มากกว่า 50 เซ็นติเมตร และน้อยกว่า 2 เมตร
3.3)medium UAVs	           ลำตัวและปีกยาว 5-10 เมตร
3.4)Larg UAVs	           ลำตัวและปีกยาวมากกว่า10 เมตร	
4.)การจัดตาม ความหนัก(Weight) โดรน แบ่งตามน้ำหนักได้ 5 กลุ่ม
4.1) NANO น้ำหนัก ไม่เกิน 250 กรัม
4.2) Micro Air Vehicle น้ำหนักตั้งแต่ 250 กรัม และไม่เกิน  2 กิโลกรัม
4.3)Miniature UAV(or small(SUAV) ) น้ำหนักตั้งแต่ 2 - ถึง 25 กิโลกรัม
4.4)Medium  น้ำหนักตั้งแต่ 25 - ถึง150 กิโลกรัม
4.5)Larg          น้ำหนักตั้งแต่ 150 กิโลกรัมขึ้นไป

5.)ความเข้มข้นในระบบควาบคุมอัตโนมัต (Degree of Autonomy) โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนดสภาการบิน (ICAO)
เช่น UAVs บางประเภทควบคุมภารกิจโดยบุคคลควบคุมระยะไกล แต่ในขั้นตอนการบินกลับฐานปฏิบัติการจะบินกลับโดยอัตโนมัต
บางชนิดอาจมีพนักงานติดไปกับยานบินอากาศยานนั้นในบางโอกาส
หรือบางชนิดดัดแปลงจากอากาศยานมีคนขับมาเป็นยานบินอากาศยาน ไร้คนขับ (Optional Piloted UAV หรือ OPVs)

6.) เพดานบิน Altitude มีการแบ่งเพดานบินตามที่ ประชุม ParcAber Porth Unmanned System forum ดังนี้ว่า
6.1)hand held  เพดานบิน 2,000 ฟิต(600 เมตร) , ย่านการบินที่ระยะ 2 กิโลเมตร
6.2)Close  เพดานบิน 5,000 ฟิต(1,500 เมตร) , ย่านการบินที่ระยะ 10 กิโลเมตร
6.3)NATO เพดานบิน 10,000 ฟิต (3,000 เมตร), ย่านการบินที่ระยะ 50 กิโลเมตร
6.4)Tactical เพดานบิน 18,000 ฟิต(5,500 เมตร) , ย่านการบินที่ระยะ 160 กิโลเมตร
6.5)MALE(Medium Altitude,Long Endurance)    เพดานบินถึง 30,000  ฟิต(9,000 เมตร) ,ย่านการบินที่ระยะ 200 กิโลเมตร
6.6)HALE(High Altitude Long Endurance)           เพดานบินเกินกว่า 30,000 ฟิต (9,100 เมตร), ย่านการบินที่ระยะตามกำหนด
6.7)Hyper Sonic high speed, Super sonic(Mach 1-5) หรือ Hypersonic (Mach 5+)50,000 ฟิต(15,200 เมตร) หรือ Suborbital Altitude, Range พิสัยย่านการบิน ที่ 200กิโลเมตร
6.8)Obital low earth orbit(Mach 25+)
6.9)CIS Lunar Earth-Moon transfer
6.10)Computer Assisted Carrier Guidance syatem (CACGS) for UAVs
7.)Composite Criteria การจัดประเภทตามแบบ นี้ คือตามองค์กรทางทหารสหรัฐอเมริกา U.S.Millitary'S UAVs บนพื้นฐานของ ระดับเพดานบินสูงสุด, ความเร็วการบิน, ของ  UAV Composite
		ระบบคอมพิวเตอร์ระบบควบคุม (Computer Control System)
ใน UAVs ระบบควบคุมที่สามารถนั้นขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยระบบลิเนียร์( อะนาล็อก Analog) และเทคโนโลยี ไมโครคอมพิวเตอร์คอนโทรลเลอร์โดยการผลิต
ชิพวงจรรวม (Integrated Circuit )"SOC  : System on a chip"และ คอมพิวเตอร์แผงวงจรเดียว (Single board Computer) .  ในเครื่อง UAV ขนาดเล็ก จะใช้ระบบควบคุมขนาดเล็กที่เรียกว่า 
 Flight Controller : FC, Flight control Board (FCB), สถาปัตยกรรม (Architecture) ระบบเซ็นเซอร์(Sensor) เซ็นเซอร์ตำแหน่ง,  เซ็นเซอร์ การเคลื่อนไหว, จะให้ข้อมูลสถานะของอากาศยาน
เซ็นเซอร์ Exteroceptive จะสัมพันธภาพร่วมในข้อมูลภายนอกอากาศยาน เช่นการวัดระยะทาง  ในขณะเดียวกันมีระบบเซ็นเซอร์ ExProprioceptive ones correlate จะสัมพนธภาพร่วมของ
ข้อมูลสถานะภายนอกและภายใน   อุปกรณ์เว็นเซอร์อื่นที่ไม่มีสัมพันธภาพร่วม(Non-Cooperation Sensor)จะทำงานด้วยตนเองอัตโนมัติในการประกันภัยและหลีกเลี่ยงการเฉี่ยวชน เป็นต้น
	คำว่าดีกรีออฟฟรีด้อม Degree of Freedom (DOF) คือการบ่งบอกความซับซ้อนของกลไกในระบบการทำงาน (ตัวอย่างเช่น แขนกล 3 จุดหมุน หรือ  3 แกนเรียกว่า 3 ดีกรีออฟฟรีด้อม)
 เทียบได้กับจำนวนและคุณภาพของเซ็นเซอร์ ตัวอย่าง 6 DOF จะประกอบด้วย3แกน ไจโรสโคป(Gyroscope : อุปกรณ์ตรวจจับการทรงตัวของวัตถุ ที่ทำต่อพื้นผิวโลกณ จุดใด ๆ ที่ตั้งฉากกับพื้นโลก)
(หน้าที่ของ ตัวไจโรสโคปจะทำหน้าที่ส่งข้อมูลการทรงตัวกลับไปให้ระบบการบินของอากาศยาน ปรับมุม Yaw , Pitch and Roll  3 axis  ให้อากาศยาน ขนานพื้นผิวโลก ณ เพดานบินใดใด )
(YAW :  การเลี้ยวของอากาศยาน เลี้ยวซ้ายหรือ เลี้ยวขวา)
(pitch : มุมเงย เชิดหัวขึ้น หรือก้ม เชิดหัวดำดิ่งลง)
(Roll: ลำตัวอากาศยานโคลงเคลง บิดตัวให้ปลายปีกทั้งสองข้างสูงไม่เท่ากัน)
มิเตอร์วัดอัตราการเร่ง (accelerometer  เรียกชื่อ ในนามของ IMU:  inertial Measurement Unit :) 
	ในเคสของ 9 DOF คืออ้างถึง IMU  ที่เพิ่มเข็มทิศ (Compass) เข้าไป
	ในเคส 10 DOF คือเพิ่ม มิเตอร์วัดความดันบรรยากาศ บารอมิเตอร์เข้าไป Barometer +
	ในเคส 11 DOF คือเพิ่ม ภาครับเซ็นเซอร์พิกัดตำแหน่งแผนที่ GPS  (GPS  : Global Position Sensor) receiver
		แอคชุเอเตอร์ (Actuator)  (อุปกรณ์ปรับตำแหน่งกลไกลให้ได้ค่าสมจริง เช่น อุปกรณ์กลไกลในการปรับการเร่งเครื่องยนต์ :ผู้เขียน)
Actuator นี้ ใน UAV จะรวมถึง ตัวเร่งความเร็วชนิด ดิจิตอล อิเล็กทรอนิกส์(Digital electronic speed controllors) ทำหน้าที่เร่งความเร็วมอเตอร์ โดยจะสัมพันธภาพ
ไปในเครื่องยนต์ ,ใบพัด, เซอร์โวมอเตอร์ (Servo Motors) (ส่วนมากใช้กับอากาศยานปีก และเฮลิปคอปเตอร์) สัมพันธภาพถึงอาวุธ , payload Actuator และ ไฟ LEDs และลำโพง (Speaker)
	ซอฟแวร์ (SOFTWARE)
การควบคุม UAVs จะเรียกกันว่า Flight Stack หรือ ออโต้ไพลอต (Autopilot) ; วัตถุประสงค์ของ flight stack คือเพื่อบรรลุ การรับข้อมูลจาก อุปกรณ์ตรวจจับค่าทางกายภาพ ( Sensors) การควบคุมมอเตอร์
,ความเชื่อมั่นในความเสถียรของ UAV, ควบคุมตัวการปรับอุปกรณ์ในการควบคุมภาคพื้นดิน (Facilitate Ground control), การสื่อสาร การวางแผนภารกิจ  (Mission planning communication)
	UAV เป็นระบบ เรียลไทม์ (Real Time) ข้อกำหนดการตอบสนองทันกาล (rapid Response),ต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากเซ็นเซอร์ เพื่อให้ตอบสนองต่อระบบที่รวดเร็วทันกาลดังกล่าว
UAV Relay รีเลย์จะใช้คอมพิวเตอร์บอร์ดเดียว (Single Board Computer)เพื่อการคอมพิวเตชั่น ตัวอย่างของคอมพิวเตอร์อันได้แก่  Raspberry PIS, Beagleboard, etc.,  และเดินระบบโดยซอฟแวร์
ระบบปฏิบัติการ อย่างเช่น NavIO,  PXFmini,  หรืออื่น ๆ  หรือออกแบบบนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (OS: Operating System) เช่น OS ของ ROS, NuttX, Linux Distribution หรือ Microsoft IOT
, Xenomai, Orocos-Robot operatng system or DDS-ROS 2.0, Preemptive- RT Linux เป็นต้น
ภาพบนแสดงโครงสร้างในการทำระบบควบคุม วนลูฟ โปรแกรมหลักการโดยทั่วไป ของ UAVs

		ข้อมูล ในการเขียนโปรแกรม เป็นโค้ดที่เปิดให้สำเนาไปใช้ฟรี (Open Source) "Stacks" มีอยู่หลาย open source ที่เขียนโค้ด Stackเช่น
ArduCopter
Crazyflie
KKMultiCopter
MultiWii
	BaseFlight (forked from MultiWii)
		CleanFlight (Forked from BaseFlight)
			BetaFlight (forked from Clean Flight)
			iNav(forked from CleanFlight)
			RaceFlight(forked from CleanFlight)
OpenPilot
	dRonin (forked from OpenPilot)
	LibrePilot(forked from OpenPilot)
	TauLabs (forked from OpenPilot)
Paparazzi
PX4 autopilot
	DroneCode (Umbrella organization managing PX4 with in the Linux Foundation)
ระบบควบคุม (Control system)ใน UAVs สถาปัตยกรรม มีทั้งระบบควบคุมแบบเปิด  การควบคุมแบบป้อนกลับวนลูป แบบปิด และพหุควบคุมทั้วแบบเปิดและแบบปิด( แมทริกซ์)
	ระบบควบคุมแบบเปิด (Open Loop) เป็นการควบคุมสัญญาณแบบบวก เช่น เร็วขึ้น  , ช้าลง, เลี้ยวซ้าย, เลี้ยวขวา, ขึ้น และ ลง  โดยปราศจากการป้อนกลับจากอุปกรณ์ เซ็นเซอร์ข้อมูลส่งกลับ
	ระบบควบคุมแบบปิด  (Close Loop) ระบบปิดจะสัมพันธภาพกับข้อมูลฟิสิกส์จากอุปกรณ์เซ็นเซอร์เพื่อนำกลับมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวแอคชุเอเตอร์ เช่น การลดความเร็วลงเพื่อลดแรงปะทะที่แพนหาง, การปรับระดับเพดานบินไปที่ 300 ฟิต)
	นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้ โดยรวมจะใช้ การควบคุมชนิด PID (PID Controller) .บางส่วนอาจใช้ การควบคุมแบบป้อนไปล่วงหน้า(Feedforward) เหล่านี้เป็นพื้นฐานระบบควบคุมที่ใช้แพร่หลายในทุกอุตสาหกรรมที่นำมาประยุกต์ใช้ในระบบของ UAVs
 การสื่อสาร(Communication)  ในระบบสื่อสารของ UAVs  จะใช้คลื่นความถี่วิทยุ ในระบบควบคุม (Control),ในระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิดีทัศน์Video และ การสือสารข้อมูล (Data)
                     ยุคแรกของ UAVs ใช้คลื่นวิทยุ Narrow Band ในการส่งขึ้น (up link)  และตามมาด้วยการส่งลงมา (Down link) และ ต่อมาจึงเป็นแบบสื่อสารสองทาง (Bidirectional narrow band radio link carier command and conttrol(C&C) )
	และ Telemetry Data ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะอากาศยาน ไปยังฐานปฏิบัติการภาคพื้นดินของ พนักงานควบคุมระยะไกล(RemoteOperator)
	ความก้าวหน้าในการทำงาน UAVS ในการประยุกต์ใหม่ๆ มีการส่งสัญญาณภาพ-เสียงแยกจาก ระบบควบคุม C&C และข้อมูล ทำให้ความกว้างของแถบข้อมูลสื่อสารปริมาณมาก จึงย้ายระบบมาที่ การสื่อสาร บอรดแบนด์(Boardband)
	ผลของบอรดแบนด์ได้ยกระดับคุณภาพทางเทคนิค และสามารถเป็นพาหะของระบบ TCP/IP สามารถใช้ช่อวสื่อสารผ่านอินเตอร์เนทได้ในที่สุด( ไวไฟ - WiFi ก็สามารถทำได้ : ผู้เขียน)
	สัญญาณจากพนักงานควบคุมระยะไกล อธิบายได้ จากกรณี ของ สถานีภาคพื้นดิน (Ground control) มนุษย์คือผู้ปฏิบัติงานนี้ ในการรับ /ส่งสัญญาณวิทยุผ่านอุปกรณ์สื่อสารเช่น สมาร์ทโฟน , คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ, หรือในความหมายดั้งเดิม
	เรียกว่า สถานีปฏิบัติการทางทหาร(Millitary Ground control station GCS)
	ระบบเครือข่ายระยะไกล (Remote Network system) เช่นสื่อสารดาวเทียม ดู-เพล็กซ์ ดาต้าลิ้งค์ ในบางหน่วยงานของทหาร,ศักยภาพในการ ดาวน์สตรีมส่งลงมา Down strem Link ส่งสัญญาณภาพกลับลงมาในเครือข่ายโทรศัพท์ ทำให้UAVs  มาอยู่ใน
	ผู้บริโภคภาคประชาชนทั่วไปในที่สุด และในระบบ LTE(long term evolution) ยังทดสอบการทำงานและพัฒนาต่อไปในอนาคตอีกด้วย
	ในอากาศยานอื่น เปิดกว้างในรีเลย์ ที่สามรถใช้ระบบทางทหารเช่น millitary manned -unmanned teaming (NUM-T)
	การสื่อสารสมัยใหม่ (Modern Communication) มีแนวโน้มด้านความซับซ้อนของข้อมูลสื่อสารเครือข่ายของโดรนจะต้องทำการลดรูปให้ประหยัดข้อมูล ดังนั้น ในยุดสื่อสาร เจ็นเนอเรชั่นที่ 5 (5G) ทำให้การสือสารเครือข่ายรวดเร็ว
	สามารถลดการหน่วงเวลา (Latency) ลงมาที่ 1 มิลลิเซ็กกั้น(1mS) ในขณะที่อยู่ในโหมด Ultra-reliable and low latency communication.
ระบบการควบคุม UAVs อัตโนมัติ (Autonomy) หรือ Autonomy Aircraft  เมื่อไม่มีคนขับ คนควบคุมใกล้ชิด จะต้องทำให้ยานบินสามารถควบคุมได้ด้วยระบบอัตโนมัติ ในการทรงตัวในอากาศ ,ในการหลีก หลบสิ่งกรีดขวาง, เส้นทางการบินที่กำหนด, การบินกลับมาที่จุดเริ่มต้น
	การลงจอด , การค้างตำแหน่งความสูง, การบินเข้าหาเป้าหมายที่กำหนด หรือการบินวนรอบเป้าหมายต่างๆ หรือการใช้โหมดภาวะฉุกเฉิน ในกรณีต่างๆ ตัวอย่างที่มีสร้างขึ้นมา
	1.) Self-level : เป็นระบบที่ปรับระดับความสูงเฉพาะของยานบิน  เป็นปรับกริยาท่าทางของ ส่วนมุมยกมุมเงิย มุมก้ม(Pitch axis control) และการโคลงเคลงลำตัว (Roll axis control) ให้เข้าตำแหน่งความสูงเฉพาะของยานบิน
	2.)Altitude Hold : ค้างตำแหน่งระดับเพดานบิน เป็นการค้างตำแหน่งการบินโดยอาศัยข้อมูลจาก อุปกรณ์เซ็นเซอร์ เช่น มาตรวัดความดันบรรยากาศ (Barometer) หรืออุปกรณ์พิกัดตำแหน่งแผนที่โลก (GPS)
	3.)Hover /Position Hold : การค้างตำแหน่ง Hover การโฉบเช่นการบินวนรอบ โดยการควบคุม 3แกน (Yaw,Pitch,Roll) ค้างมุมของ Pitch และค้างRoll ส่วนการเบนส่ายที่หัว(Yaw)จะบังคับระดับความสูงการบินคงที่ และประคองรักษาทิศทาง(Position) โดยอาศัย
	ข้อมูลจากอุปกรณ์  เซ็นเซอร์ GNSS หรือเซ็นเซอร์การโน้มถ่วง แรงหน่วง (Inertial Sensor)
	4.) Headless Mode : การควบคุมมุมยก (Pitch)  สัมพันธ์กับทิศทาง ของคนขับยานบิน(ผู้ควบคุม UAV)แทน ค่อนข้างกว่าความสัมพันธ์มุมของตัวอากาศยาน
	5.)Care-Free:  ปรับรักษาอัตโนมัติให้กับ แกนเลี้ยว(Yaw axis)และแกน เอียงตัว(Roll axis) ในขณะที่มีการเคลื่อนไหวในระนาบแนวนอน
	6.)Take-Off  and Landing :  การเริ่มบิน และ การลงจอด จะใช้ข้อมูลหลายด้านของเครื่องUAV เอง หรือร่วมด้วยของเซ็นเซอร์ของฐานปฏิบัติการภาคพื้นดิน และระบบ  ( ใช้คำจำกัดความ "Autoland")
	7.)Failsafe : ให้บินกลับฐาน หรือ บินกลับบ้าน กรณีที่ขาดการติดต่อของสัญญาณควบคุม
	8.) Return- to- home :กำหนดให้บินไปตำแหน่ง จุดเริ่มต้นที่ทำการบินขึ้นครั้งล่าสุด(Take off ) (โดยเพิ่มระดับความสูงในการบินให้เหนือกว่าต้นไม่้และอาคาร เพื่อหลบหลีกการชนต้นไม้และอาคาร)
	9.)Follow-me : รักษาระยะห่างระหว่าง ยานบิน สัมพันธ์กับผู้ควบคุมให้คงที่ ในขณะที่ผู้ควบคุมเคลื่อนที่ไป โดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ GNSS .ระบบจดจำภาพ-ประมวลผลภาพ (Image recognition) หรือ สัญญาณพิกัด บ้าน(Home Beacon)
	10.) GPS Waypoint navigation : ใช้เซ็นเซอร์ GNSS ในการนำทาง(navigation) เพื่อเข้าป้าหมายกลางทาง ระหว่างทำการบิน (Intermediate location)
	11.)Orbit -around-an object : เหมือนกับ Follow me  แตกต่างเล็กน้อยที่ ให้ทำการบินวนรอบเป้าหมายต่อเนื่อง
	12.)Pre-Program aerobatics (ตัวอย่าง เช่น การเอียงตัว แล้ววนรอบ)
	แนวทางใช้งานได้จริง ในความสามารถของระบบการบินอัตโนมัตินี้ มีพื้นฐานที่กำหนดโดย ข้อกำหนด ของ OODA (OODA Terminology : Observe-Orient-decide-act  กำหนดโดย คุณ John Boyd สำนักงาน Millitary Strategist และ United states air force) 
 	(สำหรับ ข้อความกุญแจ คำว่า OODA เป็นยุทธวิธีที่เป็นกฏเหล็กในการปฏิบัตการทางยุทธวิธีของการทหารอากาศในการวางแผนจัดการการบินของอากาศยาน มีรายละเอียดอยู่มากสำหรับคำว่า OODA)
	สำหรับการทำ อัตโนมัติเต็มรูปแบบ( Full autonomy) เช่นขบวนการเติมน้ำมันกลางอากาศ (airbrone refueling) หรือ การชาร์ตแบตเตอรี่ภาคพื้นดิน เป็นต้น  อื่นๆในการทำฟังก์ชั่นอัตโนมัติ ที่ยังมีการพัฒนา เช่น collective flight, real time collision avoidance
	,wall following, corridor centring, simultaneous localization,  และการ Maping การ swarming การทำ cognitive วิทยุ, และchine Learning	




ตัวอย่าง UAV ที่น่าสนใจ 
1.) DJI Mavic 3 คลิกที่นี่ เพื่อชมคลิปที่เว็บไซต์ YouTube

ภาพ DJI Mavic 3


UAV

กลับไปที่หน้าเริ่มต้น

คลิกที่นี่