www.derlarrubiz.com


เวบไซด์ การเชื่อมต่อเครื่องดนตรีดิจิตอล MIDI

พลิกกลับไปหนึ่งหน้า

คลิกที่นี่

MIDI
ก่อนเกิดระบบ MIDI   แต่ละผู้ผลิตเครื่องดนตรี สร้างเครื่องมือเฉพาะขึ้นมาหลายระบบ เช่น  CV/ gate, DIN Sync, Digital control Bus (DCB),  ทำให้ยากในการเชื่อมต่อเข้าหากันได้ของเครื่องดนตรีต่างยี่ห้อกัน มีเครื่องมือชนิดหนึ่งชื่อ Oberheim ที่บริษัท Oberhiem Electronic ก่อตั้งโดย Tom Onerhiem 
มาตรฐานนี้ เกิดขึ้นในราวปี 1981 โดยคำแนะนำจากคุณ Ikutaro Kakehachi แต่ต่อมา เครื่องมือ ฯ Oberhiem ดูจะซับซ้อนยุ่งยาก อันอาจก่อให้เกิดปัญหาในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดนตรี ในอนาคต จึงเป็นสาเหตุ ให้เครื่องมือ MIDI ถือกำเนิดขึ้นนับจากช่วงเวลานั้น
MIDI เกิดขึ้นราว ๆ ปี1980 (พ.ศ. 2523) โดยท่าน Ikutaro Kakehachi แห่งบริษัท Roland  ได้เสนอความคิดให้กับตัวแทนหลายบริษัท เช่น Yamaha, Korg, Kawai ในช่วงเดือนตุลาคม  มีเฉพาะตัวแทนในญี่ปุ่น ที่ให้ความสนใจ  การใช้ระบบเดิม DCB ที่บริษัท Roland เป็นพื้นฐาน
โดย Dave Smith และที่สำนัก Sequential Circuit มีคุณ Chet Wood มีความพยายามทำมาตรฐานสากลที่ทำให้เครื่องดนตรีต่างบริษัท สามารถเข้ากันได้  ทั้งนี้ คุณสมิท และคุณวูด ได้เสนอมาตรฐาน เป็นเอกสาร ชื่อ  Universal Synthesizer Interface ในงาน Audio Engineering Soceity ในปี 2524
เดือนตุลาคม าตรฐานนี้ ได้ถูกอภิปรายโดยตัวแทนจากหลายบริษัท Yamaha, Korg, Kawaie และ sequential Circuits อย่างต่อเนื่อง คุณ Kakehachi เสนอชื่อเครื่งมือ ในการเชื่อมต่อระบบ เครื่องดนตรี นี้ว่า  Music Instrument Digital Interface  แทนชื่อที่เคยคิดไว้ ( interface UMI)
ปี1982  บริษัท MOOG  ทำแป้นพิมพ์สำหรับนะบบ MIDI ก่อตั้งโดย คุณ Robert Moog,  ต่อมาปี 1983ในงาน Winter NAMM show มีการสาธิตการเชื่อมต่อเครื่องดนตรี 2 ชนิดต่างค่ายกันคือ SASADA 600 และ synthesizer Roland JP-600 ให้สามารถสื่อสารเข้ากันได้  ข้อกำหนด MIDI
เผยแพร่ ในเดือนสิงหาคม ปี 2526 มาตรฐาน MIDI เปิดตัวโดยคุณ Kakehachi  และ คุณสมิท และได้รับรางวัล Technocal Grammy Awards  ในปี2556  ,  ทางบริษัท Roland ผลิตเครื่อง JP-6 Synthesizer มีระบบ MIDI ติดตั้ง ปี 1982 และSASADA 600 ในปี 1983 ,เครื่องตีกลอง MIDI เครื่องแรก
 Roland TR-909, Sequencer MIDI ตัวแรก ของ Roland MSQ-700,  คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ ติดตั้ง MIDI คือ NEC-PC88 และ PC98 วางจำหน่ายปี 2525  สมาคม MMA ก่อตั้งหลังจากหลายบริษัทสนใจใน MIDI ในงาน Summer NAMM Show ปี 1984 ในชิคาโก้ รายละเอียด ของ MIDI 1.0
เผยแพร่ครั้งแรกในงานประชุม ของ สมาคม MMA ครั้งที่ 2 ในงาน Summer NAMM Show ปี 1985  MIDI มีการพัฒนา ต่อเนื่องถึงปี 1991 ได้ออกมาตรฐาน General MIDI มีการเชื่อมต่อโดย USB และ WiFi  ในปี 2559  สมาคม MIDI ถือกำเนิดก่อตั้งขึ้นเพื่อดูแล ต่อมามีการแนะนำ รุ่น MIDI 2.0
ในปี 2019 และมาตรฐาน MIDI 2.0 ถูกเผยแพร่ในงาน  winter NAMM Show ในปี 2020
	-ข้อมูลอื่นๆ  : MIDI เครื่องมือนี้มีวัตถุประสงค์ในการที่จะให้เครื่องดนตรีสามารถ เล่นโดยมีการควบคุมการเล่นมาจากโปรแกรมโดยคอมพิวเตอร์ ความสามารถเพื่อให้เครื่องดนตรีหลายชนิดเล่นพร้อม ๆ กันได้โดยคอมพิวเตอร์นั้นเอง
จากการพัฒนาMIDI ด้านดิจิตอลและคอมพิวเตอร์ มีการกำหนดรหัส Code สื่อกลาง หรือ พิธีการในการสื่อสาร Protocal (โปรโตคอล)  เพื่อให้เครื่องดนตรีแต่ละเครื่องให้สามารถ รับส่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ โดยกำหนดเป็น โค้ด CC และประกาศใช้แพร่หลาย เริ่มปี 2526 และผู้ผลิตเครื่องดนตรี
ออกมาสู่ท้องตลาดก็ได้ติดตั้ง พอร์ทเชื่อมต่อ (interface port ) MIDI ติดมากับเครื่องดนตรีนับแต่นั้นมา   ปัญหาที่ตามมาคือ แต่ละบริษัท คิดค้นรหัส ไม่เหมือนกันทำให้ แต่ละค่ายแต่ละแบนด์เนม ไม่สามารถใช้ MIDI ข้ามค่ายกันได้ ต่างยี่ห้อกันไม่สามารถใช้MIDI function ร่วมกันได้  สร้างความ
กังวลใจให้กับนักดนตรีมากในเวลานั้น  และแล้วในปี พ.ศ. 2534 มีการกำหนด พื้นฐาน รหัส MIDI ตั้งชื่อว่า General MIDI system level 1 ทั่ว ๆ ไป เรียกกัน GM (General MIDI) มาตรฐาน นี้เกิดจากกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดนตรีในญี่ปุ่น หรือกลุ่ม Japanese MIDI standards committee (JMSC ) ร่วมมือกับ
กลุ่ม ผู้ผลิตในอเมริกา American MIDI Manufacturers Association (MMA)
สมาคมอื่น ๆ 
สมาคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ดนตรี AMEI ในโตเกียว
MIDI Association (TMA) ก่อตั้งปี  2559 เพื่อสนับสนุนชุมชนผู้เล่นดนตรีหรือนักแต่งเพลงด้วย MIDI
	สาระใน MIDI มาตรฐาน GM พื้นฐานนี้ จะต้องมีความสามารถพื้นฐาน (Standards) เบื้องต้น  ให้สามารถ เล่นเสียงได้ 24 โน้ต รวมถึงคุณลักษณะ เช่นความดัง พร้อมพร้อมกันได้  คุณลักษณะเสียง มีลักษณะ มากถึง 128 ลักษณะของเสียง อีกกลุ่มคือกลุ่มชนิดเครื่องดนตรี เรียกว่า PATCH
จำนวน แพ็ท Patch นี้แบ่งออกได้ 16 เครื่องดนตรีที่สามารถเล่นพร้อม ๆ กันได้ หรือมีพอร์ทเชื่อมต่อออกไปยังเครื่องดนตรี ได้  16 ชิ้นเบื้องต้นคือ
1.) Piano
2.) Chromatic Percussion
3.) Organ
4.) Guitar
5.) Bass
6.) Strings
7.)Ensemble
8.)Brass
9.)Rreed
10.)Pipe
11.)Synth Lead
12.)Synth Effect
13.)Synth Effect
14.)Ethnic
15.)Percussive
16.)Sound Effects
ในแต่ละชนิดเครื่องดนตรี (Patch) จะกำหนดย่อยลงไปได้อีก 8 คุณลักษณะ ของเครื่องดนตรีนั้น เช่น Piano ก็จะมีเสียงย่อยลงไปได้ 8 ชนิดเสียงเปียโนนั้นเอง
ผลของมาตรฐาน GM รุ่นมาตรฐานเดียวกันนี้ออกมา ทำให้แพร่หลาย และประยุกต์ใช้ในการ์ดเสียงในคอมพิวเตอร์สามารถเล่นเพลงจาก MIDI ได้อีกด้วย  เครื่องเล่นดนตรีที่มีรหัส MIDI  ตามมาตรฐาน GM  สามารถเชื่อมต่อกัน สือสารรับส่งข้อมูลกันได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหาอีกต่อไป
	ต่อมาไม่นาน ก็เกิด มาตรฐาน GS นำโดย บริษัท Roland ที่เพิ่มขีดความสามารถจากเดิมที่ 0-127 คุณลักษณะเสียง ไป เป็น 189 คุณลักษณะเสียง แต่ Patch ยังมี 16 เครื่องดนตรี เหมือนเดิม ทำให้มีปัญหาเล็กน้อยสำหรับผู้ใช้ MIDI มาตรฐาน GM เดิมในเวลานั้น  ปัญหาของระบบเสียงในเครื่องคอมพิวเตอร์
ก็เช่นกัน ส่วนมากจะรองรับ MIDI มาตรฐาน GM ที่มักจะติดตั้งมาจากผู้ขายแต่เริ่มแรก นอกจากนี้แล้ว Roland ก็ยังสร้างอุปกรณ์สนับสนุนผลิตการ์ดเสียงให้กับคอมพิวเตอร์ที่รียกว่า Daughter board อีกด้วยแต่ราคาก็จะแตกต่างกันในมาตรฐาน GS และยังมีผลิตโมดูลซาวด์ภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์อีกด้วย
ยี่ห้ออื่นๆ เข่น Creative sound card model sound blaster 16 ISA (CT2940), sound blaster 16 PCI  เป็นต้น
	MIDI Event  คือ เหตุการของผู้เล่น ต่อการเกิดเสียงดนตรี 1 ตัวโน้ต เช่นเปียโน 
		Note on / Note off คือเวลาในการกด 1 ตัวโน้ต  Note on คือเริ่มกดคีย์เปียโน  และหลังจากนั้นปล่อยนิ้วออกจากคีย์เปียโน จะเป็น Note off
		-Pitch  คือค่าระดับเสียงตัวโน้ตดนตรี เช่น โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โดํ (C3 , C#3, D3 etc,)
		-velocity คือความเร็วที่ คีย์เปียโนถูกกดว่า แรงกดมากขนาดไหน ถ้ากดแรงมาก ค่า ความเร็ว Velocity ก็ยิ่งมาก (ใน MIDI มีค่า 0-127 รวม  128 ระดับเสียง
	MIDI CC code หรือ Continuous Controller :CC ในมาตรฐาน เริ่ม GM  มี CC code จำนวน 127 โค้ด  (แต่ มาตรฐาน GS มี 186 โค้ด)
	CC จะไปควบคุมอะไรบ้าง เช่น ที่นิยม ๆ จะมีดังนี้
		CC1 = Modulation
		CC2=Breath
		CC7=Volume
		CC10=Pan
		CC11=Expression
		CC64=Sustain Padle(On-Off)
		CC65=Portamento CC (Control Om-Off)
		CC71=Resonance (Filter)
		CC74=Frequency cutoff(filter)
	มี CC ที่นอกเหนือจาก 0-127 คือ  CC ที่ทำหน้าที่ Pitch blend  การบิดตัวของเสียงให้ มีค่ามากน้อยตามที่เราตั้งค่า จะเป็นค่า 0 -  16,383 ค่า ( จำไว้ก่อน take note)
		CC's   เป็นค่าที่ปรับเกี่ยวกับ ตัวโน้ตดังกล่าวแล้วมีค่าของรายละเอียด ในแต่ละ CC's อยู่ๅ 128 ค่า (0-127) เช่นค่า ความดัง (volume) ดังมาก  ดังน้อย  ปรับได้ 128  ค่านั่นเอง  แต่ถ้า CC ที่มีการปรับให้ปิด หรือเปิด จะใช้ตัวเลขแทนการปิด การเปิด คือ 0-63 = ปิด(Off)
และค่า 64-127 = เปิด (On)   การหน่วงเสียงให้ค้างเหมือนการกด เท้าเหยียบ สวิตช์  Sustain Padle ด้วยเท้า ก็สามารถตั้งค่า โดย CC 64
รายชือ CC ตามลำดับ CC0 - CC127 และรายละเอียด ความหมาย
MIDI CC0			Bank select (MSB)			You use this to switch preset Banks, soyou can select preset s. MIDI allow 16384 patchers per MIDI channel
MIDI CC1			Modulation wheel (MSB)		this controls modulation for live performances. it controls the parameterr(s) it's Mapped to synth, instrument or effect. commonly used  for filter cut off or vibrato.
MIDI CC2			Breath Controller(MSB)		Original for use with electronic Breath MIDI controller that could read change s in pressure of breath. can be use for modulation in performances, and is often used with aftertouch.
MIDI CC3			undefine(MSB)		
MIDI CC4			foot pedal	(MSB)			use  to send message an expression pedal , most use for live performance modulation , and commonly used for after touch message.		
MIDI CC5			Portamento Time (MSB)		change the rate of glide between 2 difference notes, the causes a pitch bend between 2 notes when it's on value.
MIDI CC6			data entry (MSB)			controls SYSEX, NRPN and RPN values.
MIDI CC7			Volume				changes the volume of your VST instrument patch.
MIDI CC8		 	Balance(MSB)			Control L/R( left right ) balance for instruments with a stereo signal 0 = left  , 64 = centre, 127 = right.				
MIDI CC9			undefined
MIDI CC10		Pan(MSB)				this controls panning for mono instruments. 0 = left, 64 = centre, 127 = right. Can be use for stereo instruments too, CC8 is often used for panning instead
MIDI CC11		Expression Pedal(MSB)		Pedal use for live performance modulation. Map to parameters inside your instrument to modulate while playing		
MIDI CC12		Effect controller 1 (MSB)		For controlling effect in an instrument
MIDI CC13		Effect controller 2 (MSB)		For controlling effect in an instrument
MIDI CC14		undefine(MSB)
MIDI CC15		undefine(MSB)
MIDI CC16-19		slidder knob or Ribbon controller for generalm purpose	a general purpose MIDI controller for performance modulation.
MIDI CC20-31		undefine(MSB)
MIDI CC32		Bank selection (LSB)			Used along side CC0 bank selection. Changes to a flesh Bank of Patches if possible.
MIDI CC33		Modulation wheel(LSB)		Used along side CC1 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution.
MIDI CC34		Breath controller (LSB)		Used along side CC2 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution.
MIDI CC35		Undefined
MIDI CC36		foot Pedal(LSB)			Used along side CC4 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution.
MIDI CC37		Portamento Time (LSB)		Used along side CC5 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution.
MIDI CC38		Data Entry(LSB)			Used along side CC6 for SYSEX, NRPN or PRN Messages.
MIDI CC39		Volume (LSB)			Used along side CC7 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution.
MIDI CC40		Balance (LSB)			Used along side CC8 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution.
MIDI CC41		Undefined
MIDI CC42		Pan (LSB)				Used along side CC10 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution.
 MIDI CC43		Expression(LSB)			Used along side CC11 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution
MIDI CC44		Effewct Control1(LSB)		Used along side CC12 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution
MIDI CC45		Effect Control2(LSB)			Used along side CC13 to send a modulation  command for instruments with a higher mode resolution		
MIDI CC46-63		Undefined		
MIDI CC64		Sustain Pedal(On/Off)			One of most commonly used MIDIchannels. Control the sustain on an instrument. Almost all instruments will use this command.
MIDI CC65		Portamento (On/Off)			A switch for portamento time used to turn it on and off.
MIDI CC66		Sostenuto(On/Off)			A switch for sustain of active notes is used to turn it on or off . parameter  0 - 63 = off ,  64 -127 = on.
 MIDI CC67		Soft Pedal(On/Off)			A switch to turn the soft pedal on and off . Support  to emulate the piano soft pedal .  0 - 63 = off ,  64 -127 = on.
MIDI CC68		Legato(on/off)			A switch to turn the Legato on and off
MIDI CC69		Hold Pedal2			An Alternative control to Sustain that affects how notes and heldand fade out
MIDI CC70		Sound Controller1			A control for affecting how the sound is produced . used for filter s , effects etc.
MIDI CC71		Sound controller 2			Allocated to filter  resonance / Q.
MIDI CC72		Sound Controller3			Allocated to the Amp envelope release time. Changes how long notes fade out. (
MIDI CC73		Sound Controller4			Allocated to the Amp envelope release time. Changes how fast the volumr riese from the key press to max volume.	(controls the "Attack"of a sound)
MIDI CC74		Sound controller 5			Allocated to the filter  cutoff frequency Hz Value. (VCFs cutoff)
MIDI CC75-79		Sound controller 6-9			An extra control for affects hoe the sound is produced for filters, effects etc.
MIDI CC80-83		General purpost (on/off)		An on off switch for general purpose.
MIDI CC84		Portamento CC Controll		Controls the amount of portamento
MIDI CC85-90		Undefined
 MIDI CC91		Effect 1 Depth			Usually a control for reverb in your instrument
MIDI CC92		Effect 2 Depth			Usually a control for amout of Tremolo.
aMIDI CC93		Effect 3 Depth			Usually a control for amout of Chorus.
MIDI CC94		Effect 4 Depth			Usually a control for amout of Detuning.
MIDI CC95		Effect 5 Depth			Usually a control for amout of Phasing.
MIDI CC96		Data Bound Increment (+1)		A control to increment data for SESEX, NRPN, PRN.
MIDI CC97		Data Bound Increment (-1)		A control to increment data for SESEX, NRPN, PRN.
MIDI CC98		NRPN(LSB)			select the NRPN variable for CC6, 38, 96 & 97
MIDI CC99		NRPN(LSB)			select the NRPN variable for CC6, 38, 96 & 97
MIDI CC100		RPN(LSB)				select the NRPN variable for CC6, 38, 96 & 97
MIDI CC101		RPN(LSB)				select the NRPN variable for CC6, 38, 96 & 97
MIDI CC102-119		Undefined
MIDI CC120		Channel Mute			Turn off on sound immediately. paying no attention to release time and sustain. (See MIDI CC 123)
MIDI CC121		Reset all controllers			Resets all controllers to default.
MIDI CC122		Local keyboard (on/off)		A switch for local Keyboard mode, tom turn on and off. Used to turn off internal sound.
MIDI CC123		All Notes (On/ Off)			A switch turn all notes on, or off. Sustain and release will be maintained.
MIDI CC124		OMNI Mode Off			A switch to turn OMNI Mode off. OMNI on will send & receive information on MIDI channels, rather than a particular one.		
MIDI CC125		OMNI Mode On 			A switch to turn OMNI Mode off. OMNI on will send & receive information on MIDI channels, rather than a particular one.	
MIDI CC126		Mono Mode			Tell an Instrument to work in Monophonic mode. Turn off Poly.	
 MIDI CC127		Poly Mode				Tell an Instrument to work in Polyphonic mode. Turn off  Mono.	
conclusion any MIDI CC,s
Undefined MIDI CC List
MIDI CC 3
MIDI CC 9
MIDI CC 14-15
MIDI CC 20-31
MIDI CC 85-90
MIDI CC 102-119
			

โปรแกรม ที่ใช้เขียนเพลง MIDI ผู้สนใจสามารถไปดาวน์โหลดมาใช้ ตัวอย่างเช่น
1.) Cakewalk1 ใช้แต่งเพลงMIDI 
2.)mixmeister  ใช้วัดความเร็วของเพลงเพื่อนำเอาค่าความเร็วไปใส่ใน โปรแกรม Cake walk
3.)sonic visualiser ใช้วิเคราะห์เสียง  ฟังเพลง โดยสามารถวิเคราะรูป คลื่นเสียงได้ ไฟล์ ที่สามารถใช้ได้คือ ไฟล์ wave, ogg และ Mp3  สามารถลดความเร็วของเพลงลงได้ถึง 10 เปอร์เซนต์
4.)format factor  ใช้แปลงไฟล์ เสียงให้เป็นนามสกุล Wave.

Web site of an example song in MIDI form
" https://example.com/song.mid"
"https://example.com/music.midi"

เว็บไซต์ที่ สามารถ ดาวน์โหลด  MIDIs
"https://bitmidi.com/"
"http://www.8notes.com/"
"https://onlinesequencer.net/"
"https://www.midiworld.com/"
"https://musescore.com/"

ลิ้งค์ ไปเว็บไซต์ การอับโหลด MIDI data ใช้ "BitMidi"

คลิกที่นี่


ตัวอย่างที่สามารถ ขอใช้โปรแกรมแต่งเพลง MIDI โดยคอมพิวเตอร์มิวสิค ก็คือ โปรแกรม Cakewalk Bandlab โดยไปดาวน์โหลดมาติดตั้งในคอมพิวเตอร์เรา และจะต้องลงทะเบียนถึงจะใช้งานได้ให้ลงทะเบียนในโปรแกรม bandlab assistance จึงต้องดาวน์โหลด Bandlab assistance เพิ่มด้วยในการลงทะเบียน ลิ้งค์ที่สามารถ เข้าไปที่ Bandlab เว็บไซต์ มีให้ลิ้งค์ไปอยู่ด้านล่างข้อความนี้ การใช้งานอาจศึกษาเพิ่มใน Youtube ซึ่งมีอาจารย์ด้านคอมพิวเตอร์ มิวสิคมาสอนหลายท่านอยู่ครับ

ลิ้งค์ ไปเว็บไซต์ ฟรีดาวน์โหลด โปรแกรม Cakewalk Bandlab และ bandlab assistance"

คลิกที่นี่


ลิ้งค์ ไปเว็บไซต์ ฟรีดาวน์โหลด โปรแกรม Cakewalk Bandlab และ bandlab assistance"

คลิกที่นี่


ลิ้งค์ ไปเว็บไซต์ ฟรีดาวน์โหลด เพลงในรูปแบ MIDI เพื่อนำมาเป็นโปรเจ็คไฟล์ MIDI ในโปรแกรมแต่งเพลง cakewalk bandlab"

คลิกที่นี่


ศึกษา รหัส MIDI Music Instrument Digital Interface การเชื่อมต่อเครื่องดนตรีดิจิตอล

page 1

page 2

page 3

Page 4

Page 5

Page 6

Page 7

Page 8

Page 9

Page 10

Page 11

Page 12

Page 13

Page 14

Page 15

MIDI music instrument digital interface


Page 14

กดปุ่มนี้เพื่อย้อนกลับไปหนึ่งหน้า

พลิกกลับไปหนึ่งหน้า

คลิกที่นี่


กลับไปที่หน้าเริ่มต้น

คลิกที่นี่